ข้อความต้นฉบับในหน้า
0.
โรคภูมิแพ้ ดังที่พระองค์พระราชทาน
กระแสพระราชดำรัสกับคนไทยในต่าง
ประเทศว่า “ฝุ่นกับพระราชินีเป็นของคู่
กัน ทรงออกไปหาฝุ่นเอง” ในชนบทสมัย
ก่อน ถนนหนทางยังทุรกันดารมาก
เส้นทางขรุขระเต็มไปด้วยฝุ่นละออง
รถยนต์พระที่นั่งก็ยังไม่ติดเครื่องปรับอากาศ
ต้องเปิดกระจกตลอดเวลา กว่าจะเสด็จ
ถึงที่หมายทั้งพระองค์ท่าน และเหล่าข้า
ราชบริพารกลายเป็นฝรั่งผมแดงกันหมด
ทรงสูดฝุ่นตากแดดลมเช่นนี้แทบทุกวันที่
เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไป
เยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัด บางครั้งทรง
ประทับนั่งอยู่กับที่ มิได้ขยับเขยื้อน
พระองค์เป็นเวลานานนับชั่วโมง เพื่อให้
ราษฎรเข้าเฝ้าถวายรายงานศิลปาชีพ
ทรงชักความเป็นอยู่และโรคภัยไข่เจ็บต่างๆ
เมื่อรับสั่งนานๆ เข้าก็เจ็บพระศอ พระ
โอษฐ์แห้งผากจนแตกระบมไม่มีพระ
สุรเสียงในวันรุ่งขึ้น กว่าจะได้เข้าพระที่
บรรทมก็เป็นเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว
ยามค่ำคืนชาวโลกเข้าได้นอนหลับพักผ่อน
สุขสบาย แด่พระมหากษัตริย์และพระ
ได้”
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีไทย ยังทรงงานอยู่กลางป่า ท่าม
ราชินีนาถ เคยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า แสงไฟฉายส่องวับแวมไหนเหลือบยุงริ้น
“ทำด้วยใจรัก ไม่เคยเบื่อหน่าย ที่จะช่วย ไว้คอยไต่ตอมกัดดูดเลือดตามพระวรกาย
เช็ดน้ำตาให้ประชาชน เราจะใช้ทุกอณู ไม่ว่างเว้น มีเพียงนางสนองพระโอษฐ์
ของมันสมองให้เป็นประโยชน์ที่ช่วยเขาให้ คอยเอาพัดโบกวีอยู่ไม่ห่าง พระ
กระยาหารค่ำก็ยังไม่ได้เสวยเลย ไกลออก
ความที่ทรงตรากตรำพระวรกาย ไปมีเหล่าทหารตำรวจต่างคอย
ทรงงานหนักมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะ ระแวดระวังถวายอารักขาอยู่อย่าง
เวลากว่า ๓๐ ปี ทำให้ทรงเป็นโรคภูมิแพ้ กระวนกระวายด้วยเป็นห่วงในความ
อย่างหนักทำให้ต้องเสด็จไปรักษาพระ ปลอดภัย ในเมื่อทั้งสองพระองค์ทรงรัก
วรกายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตรวจพระ แผ่นดินและประชาชนยิ่งชีวิต จะมิให้พวก
ๆลยาณมิตร 016 สิงหาคม ๕^๑