ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราก็จากกัน
วันวิสาขบูชา ๑๐ พฤษภาคม ป่าพบเธออีกครั้ง
ราวกับคนละคน สีหน้าแววตาแช่มชื่น ผิวพรรณมีน้ำมีนวล
ไม่มีแววทุกข์หมองคล้ำเศร้าเหมือนวันนั้น ป้าทักทาย
เธอด้วยความดีใจ “หนูสบายดีแล้วใช่ไหม”
เธอยิ้มตอบรับค่าแล้วเล่าให้ฟังว่า “ไม่กี่วันมานี้
หนูเคลิ้มครึ่งหลับครึ่งตื่น มีผู้ชายนุ่งผ้าแดงแบบถูกเขมร
หยักรั้ง เสื้อไม่ได้ใส่ โพกศีรษะด้วยผ้าแดง ดวงตา
เฉยเมยไร้แวว มากัน 4 คน พาตัวหนูเดินไปที่ไหนไม่รู้
พวกเขาเดินน่าหน้า ๒ คน เดินตามหลัง ๒ คน ทาง
เดินบางตอนมืดสนิท บางตอนสว่าง หนูถามว่าจะพาหนู
ไปไหน เขาตอบว่า “ท่านท้าวยมราช” ต้องการพบ หนู
ถามว่า ทำไมทางเดินบางตอนมืดมาก เขาตอบว่า
บริเวณตรงนั้นมีนรกตั้งอยู่ หนูยังไม่ตายมองเห็นไม่ได้
เห็นแล้วจะเสียขวัญ จึงต้องบันดาลให้มืดอย่างนั้น
เดินไปครู่ใหญ่เป็นที่สว่าง ยมทูตที่พาตัวหนูไป
บอกว่าถึงที่อยู่ของพญายมราชแล้ว ให้คอยอยู่ เขาจะ
เข้าไปวายงาน ครู่หนึ่งเขาออกมาพาตัวหนูเข้าไป ใน
ห้องนั้นสวยงามมาก ยมทูตบอกให้หนูก้มหน้าลง ห้าม
เงยหน้ามองพญายมราชเป็นอันขาด คนที่ตายแล้ว
เท่านั้นจึงมองหน้าได้ หนูยังไม่ตายไม่มีสิทธิ์เห็นหน้า
หนูจึงก้มหน้าคลานเข้าไป เสียงพญายมราชพูดกับหนู
อ่อนโยนไพเราะเหมือนพ่อพูดกับลูก
ท่านว่าหนูเป็นคนใจบุญ ชอบสร้างกุศลต่างๆ
อยู่เสมอ แล้วท่านก็เล่าว่าหนูทำบุญอะไรไว้บ้าง แม้
กระทั่งบุญที่หนูร่วมกับคุณป้าสร้างองค์พระจารึกชื่ออุทิศ
ส่วนกุศลให้พญายมราชทุกองค์ ท่านก็ทราบและ
อายุ ๕๘ ปี (เวลานี้อายุ ๓๖) แต่มีสิทธิ์ต่อได้เพียงครั้ง
เดียวเท่านั้น แม้ต่อไปข้างหน้าจะสร้างบุญกุศลใหญ่แค่
ไหนก็ตาม ก็ต่ออายุไม่ได้อีก แล้วท่านพญายมราชก็พา
หนูไปสูบัญชีบาปบุญขอมนุษย์ สมุดบัญชีเล่มใหญ่โตมาก
บัญชีของพวกคนบาปไว้ในเล่มสีดำๆ มืดๆ ส่วนบัญชี
ของคนมีบุญมีสีสว่างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเปิดหาชื่อหนู
หนูเห็นตัวหนังสือในนั้น เขียนเป็นภาษาอะไรไม่รู้ เขียน
เหมือนธรรมชาติ (แล้วเธอก็เขียนลงในกระดาษให้ป่าลู
เป็นลายเส้นหยักโค้งติดต่อกัน ต่อเนื่องเป็นระเบียบ ป่า
จำได้ว่าเกือบ 40 ปีมาแล้ว สมัยเรียนอักษรศาสตร์ ตัว
อักษรแบบนี้เป็นตัวยัก -รโบราณที่มนุษย์ยุคดีกต่าบรรพ
แกะสลักไว้ในถ้ำา)
พญายมราชให้นายบัญ อ่านรายการบุญกุศล
ต่างๆ ที่หนูทำ รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ของชีวิต ท่าน
กล่าวว่า ชีวิตของหนูต้องเป็นไปตามเหตุการณ์ที่ปรากฏ
ในบัญชัยมโลกที่อ่านให้ส่งแล้ว จากนี้ไปหนูไม่สามารถ
มาที่นี่อีก ตายแล้วจึงมาได้
หนูรับค่าและร่อร้องว่าหนูอยากเห็นหน้าท่าน
ลักครั้ง ท่านว่าตายแล้วจึงมีสิทธิ์เห็น หนูก็อ้อนวอนขอ
ความกรุณา บอกท่านว่า หนูเห็นแล้วจะได้เล่าให้ใครๆ
ฟังถูกว่าท่านมีหน้าตาเป็นอย่างไร ท่านจึงให้เห็นชั่ว
แวบเดียว ใบหน้านั้นงามมากมีประกายสีทองสุกสว่าง
เป็นหน้าเทพบุตร ไม่ใช่หน้าคนอย่างเรา ท่านบอกว่าทุก
คนที่เห็นท่านจะเห็นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับบุญบาปที่ผู้
นั้นท่า พอท่านบอกให้กลับได้ หนูก็ตื่นทันที,
ป่านำเรื่องที่คุณสว่างเล่า มาคุยให้คุณฟัง ไม่ใช่
ให้คุณเชื่อตาม แต่ป้าก็ยังขอยืนยันว่าความเชื่ออะไรก็ตาม
อนุโมทนาด้วย พออนุโมทนาบุญท่านก็รู้สึกปีติใจทุกครั้ง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่จริงแค่ถ้าเชื่อแล้วเป็นประโยชน์
แปลกจังค่ะคุณป้า ท่านพูดเรื่องการทำกุศลของหนูถูก ทำให้เกิดความไม่ประมาทและตั้งใจบำเพ็ญบุญกุศล
ต้องหมดทุกเรื่องโดยหนูไม่ต้องบอกให้ท่านทราบเลย
ท่านได้บอกหนูว่า ที่ให้ยมทูตพาตัวมาพบ เพื่อ
จะบอกให้รู้ว่า ความจริงหนูถึงคราวสั้นอายุแล้ว จะต้อง
สร้างลมบารมียิ่งๆ ขึ้น ก็ควรเชื่อไว้ เพราะเป็นเรื่องได้
กำไรชีวิต ถ้าหากเรื่องกะไรก็ไม่เชื่อไปเสียหมด ต้องรอ
เวลาให้พิสูจน์ได้เสียก่อนแล้วจึงเชื่อ อาจจะสายเกินไป
ตายในเวลานี้ แต่เนื่องจากหนูเป็นคนชอบทำบุญเสมอ และหมดโอกาส เช่น คนฟังเรื่องพญายมราชที่ป่าเล่ามา
ผลบุญเหล่านั้นสามารถช่วยเหลือ ต่ออายุออกไปได้จนถึง
ข้างต้นแล้วเ อ รับตั้งใจประกอบคุณงามความดี บัญชี
กัดยาณมิตร
สิงหาคม พ๕๔๐