ข้อความต้นฉบับในหน้า
คือ โพชฌงค์ ๗
โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน
คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมรรคาเครื่องอีมาร
และเสนามาร"
เรื่องการต่อสู้กับความแก่และความตายพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าก็ต่อสู้เหมือนกัน พระองค์ไม่ต้องการปริ
๑๐๐
ดูก่อนอานนท์ ผู้นั้นเมื่อปรารถนาก็ฟังดำรงอยู่ได้
ตลอดกัป เกินกว่ากัป
ดูก่อนอานนท์ ตถาคตแลได้เจริญอิทธิบาท ๔ แล้ว
ได้ทำให้มากแล้ว ได้ทำ ให้เป็นประหนึ่งยาน แล้วได้ทำ
ให้เป็นประหนึ่งวัตถุที่ตั้งแล้ว ตั้งไว้เนืองๆ แล้ว อบรม
แล้ว ปรารภด้วยดี โดยชอบแล้ว
ดูก่อนอานนท์ ตถาคตนั้น เมื่อปรารถนาก็พึงดำรง
นิพพาน แต่เพราะพระองค์ไม่สามารถจะต่อสู้กับอิทธิ (พระชนม์ชีพ) อยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัปดังนี้
พลของมารได้ จึงต้องตัดสินพระทัยปลงอายุสังขารเมื่อ
พระชนมายุได้ ๘๐ ปี ทั้งที่ขณะนั้นอายุขัยของคนใน
โลกโดยเฉลี่ยจะมีอายุได้ ปี แต่บารมีอย่างพระองค์
ที่สร้างมามากขนาดนั้น กลับต้องปรินิพพานในขณะ
พระชนมายุได้เพียง ๘๐ ปีเท่านั้น เรื่องราวก่อนที่พระ
องค์จะปรินิพพานยืนยันชัดเจนถึงการต่อสู้ไ
สู้ไว้อย่างไรเรื่อง
มีกล่าวไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร (ในสุตตันตปิฎก ทีฆ
นิกาย มหาวรรค) ดังนี้
“ดูก่อนอานนท์ ผู้หนึ่งผู้ใดเจริญอิทธิบาท ๔ ทำให้
มาก ทำให้เป็นประหนึ่งยาน ทำให้เป็นประหนึ่งวัตถุที่ตั้ง
ตั้งไว้เนืองๆ อบรมไว้ ปรารภด้วยดีโดยชอบ
พระพุทธองค์ได้กล่าวบอกกับพระอานนท์ว่า ถ้าผู้ใด
เจริญอิทธิบาท ๔ ดีแล้ว จะมีอายุได้ถึงหนึ่งกับหรือ
มากกว่า พระองค์ได้กล่าวกับพระอานนท์ที่กรุงราชคฤห์
๑๐ ครั้ง ที่กรุงเวสาลีอีก 5 ครั้ง แต่พระอานนท์ก็ไม่ได้
ทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์มีอายุถึงหนึ่งกัปหรือมาก
กว่าเลย ทำให้พระองค์ต้องปลงอายุสังขาร และปริ
นิพพานในที่สุด ในมหาปรินิพพานสูตรได้กล่าวไว้ว่า
“แม้เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทำนิมิตหยาบ ทรง
ทำโอภาสหยาบอย่างนี้แล ท่านพระอานนท์ก็มิสามารถ
รู้ได้ มิได้กราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงดำรงอยู่ตลอด
มกราคม ๒๕๔๑ ๔๗ วารสารกสยาณมิตร