ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข่าหยวก ภาคเหนือเรียกค่ะ และทางภาคอีสาน
ที่จะเรียกคล้ายกับภาคเหนือ เช่นขาที่อวบต้นโต
รสไม่เลื่อนมาก แต่จะออกรสหวานนิดๆ จะ
เรียกว่าหยวก ส่วนขาต้นเล็กๆ เหง้าเล็กแข็งจะ
เรียกว่าหอมค่ะ ส่วนกะเหรี่ยงจะเรียกว่าเสะเออ
เคย-สะเชย เรียกเช่นไรนี่ไม่สำคัญใช่ไหมคะ แต่
ที่แน่ๆ นั้น ขาหยวก ขาใหญ่ ลวกจิ้มน้ำพริก
(ต้มนานหน่อย) อร่อยนะคะ
ทราบชื่อของข่ากันพอสังเขปแล้วก็ไปดูต้น
ขากันก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปขุดต้นไม้ข้างเคียง
เพราะต้นไม้ตระกูลเดียวกับขาก็มี ดังนั้นไปดู
ลักษณะต้นข่ากันเลยดีกว่านะคะ
ลักษณะโดยทั่วไปของต้นขา เป็นพรรณไม้
ลงหัวจำพวกกะวาน กะลา กะทือ จะลงหัวใหญ่
ขาว อวบ อ้วน เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามที่
ต้นข่า เป็นพรรณไม้ลงหัว
จำพวกกะวาน กะลา กะทือ
จะลงหัวใหญ่ ขาว อวบ อ้วน
เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้น
คามที่ลุ่มดิน ส่วนหัวจะใหญ่
ขาว ใบข่า ลักษณะรูปไข่ยาว
จะออกสลับกันรอบๆ ลำต้น
บนดิน ซึ่งจะเป็นกาบของใบ
หุ้มลำต้น ใบคล้ายพาย
ดอกออกช่อสีขาว
แต้มด้วยสีแดงเล็กน้อย
ลุ่มดิน ส่วนหัวจะใหญ่ ขาว ใบข่า ลักษณะรูปไข่ยาว จะออกสลับกันรอบๆ ลำต้นบนดิน
ซึ่งจะเป็นกาบของใบหุ้มลำต้น ใบคล้ายพาย ดอกออกช่อสีขาว แต้มด้วยสีแดงเล็กน้อย
ค่ะ (สวยในรูปแบบดอกข่า)
จะขอพูดถึงดอกข่าเล็กน้อยในแง่ของไม้ประดับ เช่น เวลาทำมาลัย ที่ปลายของพวง
มาลัยสวยๆ มักจะเห็น เขาจะเอากุหลาบ (กลีบกุหลาบค่ะ) เอามามัดเป็นรูปดอกข่า
ร้อยไว้ปลายมาลัยหรือทำเป็นมาลัยตุ้มก็สวยอีกแบบ ทั้งที่เอากลีบกุหลาบแต่กลับเรียก
ดอกข่า ก็แสดงว่าดอกขานั้นมีความงามไม่น้อยใช่ไหมคะ
ส่วนผล หลายท่านก็งง... เหมือนกัน เพราะอาจจะไม่เคยเห็นธรรมชาติของขาก็เลย
ไม่รู้จักผล ผลของข่ามีลักษณะกลมโต
และมีขนาดเท่าเม็ดบัว เมื่อแก่จะมีสีดำ
และมีเม็ดเล็กๆ อยู่ภายใน จะมีรสขม
เผ็ดร้อน
คงทราบลักษณะของต้นขากันดีแล้ว
นะคะ ทีนี้ก็ไปลว่าน่ามาเป็นผักได้อย่างไร
เอาส่วนไหนมาทานถึงเรียกว่าผักใช่
ไหมคะ หลายท่านก็คงอยากจะทราบ
กันแล้วนะคะ ขอตอบว่า เอาหน่อข่า
อ่อนๆ ค่ะ และดอกข่านั้นแหละค่ะ
ทราบไหมคะว่าหน่อข่า ยิ่งเป็นข่าหยวก
มกราคม ๒๕๔๑ ๑๐๗ วาระทรก*ชานม ร