ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทางที่จะเอาชนะมารโดยสิ้นเชิงได้
ใจคืองแข็งแกร่ง
หลวงพ่อได้ทำงานทางจิตร่วมกับบุคคลผู้เข้าถึง “ที่จะเข้าถึงวิราคธาตุวิราคธรรมนะ ต้องปล่อยชีวิตจิตใจ
ธรรมกายตั้งแต่วันเข้าพรรษาของปี พ.ศ. ๒๔๗๗ จวบ
จนกระทั่งท่านมรณภาพ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒
เป็นเวลาถึงเกือบ ๓๐ ปี ไม่ได้มีหยุดเลยสักวันเดียว ยาก
ที่จะมีบุคคลกระทําได้เช่นท่าน
นะ ไปรักไปห่วงอะไรไม่ได้ ปล่อยกันหมด สิ้นทีเดียว
ไปรักไปห่วงใยอยู่ละก็ไปไม่ได้ ไปไม่ถึงทีเดียว เด็ดขาด
พีเดียว ต้องทำใจหยุดนั้นแน่จึงจะไปถูกริราดธาตุ
วิราคธรรมได้ ต้องทำใจหยุด หยุดในหยุด ไม่มีถอยกัน
ชีวิตของท่านด้านหนึ่งต้องทำวิชชาร่วมกับพวกที่ ไม่มีกลับกันละ นั้นแหละจึงจะไปสุดได้ ถ้าใจอ่อนแอไป
ได้ธรรมกายในโรงงานทำวิชชาอีกด้านหนึ่งต้องบริหาร ไม่ได้ดอก ต้องใจแข็งแกร่งทีเดียวจึงไปได้” (จากธรรม
ปกครองวัดและเทศนาสั่งสอนประชาชนทั่วไป
นิยามสูตร แสดงเมื่อวันที่
การเทศน์สอนของหลวงพ่อนั้นท่านกล่าวไว้ใน
พระธรรมเทศนาของท่านว่าสอนได้แต่วิธีปฏิบัติให้ได้ ฟ้าชมสูงนกสกไม้ไม่ไปที่สุด
เข้าถึง ๑๘ กายและหนทางไปนิพพานเท่านั้นส่วนเรื่อง
เป้าหมายที่ท่านจะไปให้ถึง ณ จุดที่เอาชนะมาร ทัน
การแก่การตายนั้น เทศน์ให้คนทั่วไปฟังไม่ได้ ท่านใช้
คําว่า จะถูกนัด ยา หรือในภาษาปัจจุบันอาจจะพูดว่าถูก
ฉีดยา หรือถูกจับเข้าโรงพยาบาลบ้าไปถูกฉีดยาที่นั้น ให้สุดวิราคธาตุวิราคธรรม
นั้นเอง จะมีก็แต่เพียงพวกที่ทำวิชชาอยู่ในโรงงานทำ
๓๑ มกราคม ๒๔๙๗)
“พวกเราทั้งหลายไม่ได้ไปกันเลย เฉยๆ อยู่หัวชม
สวนดอกไม้ในโลกอยู่นี่เอง ชมรูปบ้าง เสียงบ้าง กลิ่น
บ้าง รสบ้าง ก็อยู่ที่เดียวนั้นเอง ไม่ได้ไปไหนกับเขาเลย
นี้พวกจะไปก็ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา จะไป
อ้าวไปๆ ก็เลี้ยวกลับกันเสียแล้ว ไม่ไปกันจริงๆ
วิชชาเท่านั้นที่คุยกันในเรื่องนี้ได้ หลวงพ่อถึงได้กล่าว ไปชมสวนดอกไม้กันอีกแล้วไปเพลิดเพลินในบ้านในเรือน
ไว้ในพระธรรมเทศนาเรื่องปัพพโตปมคาถา เมื่อวันที่ ๒๘
มีนาคม ๒๔๗๗ ว่า
“ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อยู่วัดปากน้ำก็
กันอีกแล้ว
อ้าวไปๆ ก็จะไปอีกแล้ว ไปๆ ก็กลับเสียอีกแล้ว
พวกเรานี้แหละกลับกลอกๆ อยู่อย่างนี้แหละจะเอาตัว
ที่
จริง แต่ไม่รู้ว่าสมภารวัดปากน้ำท่าอะไรนี่อัศจรรย์นัก ไม่รอด ชีวิตไม่พอ" (จากธรรมนิยามสูตร แสดงเมื่อวัน
อยู่ด้วยกันตั้งหลายสิบปี (ผู้เทศน์) อยู่วัดปากน้ำทำวิชชานี้ ที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๗๗)
๒๒ ปี 4 เดือน ๗ วัน วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าท่าอะไร รู้แต่
นิดๆ หน่อยๆ รู้จริงจังลงไปไม่มี มีก็ผู้ที่ทำวิชชาด้วยกัน
รู้จริงเห็นจริงกันลงไปทีเดียว ท่าอยู่ทุกวันๆ นั้นละ ก็รู้
จริงเห็นจริง นี่เป็นวิชชาลึกอย่างนี้
หนทางของการชนะมารมีอยู่ ๕๐ ในขณะที่หน
ทางแพ้มีอยู่อีก ๕๐ เช่นกัน การต่อสู้เอาชนะกับมาร
จึงไม่ใช่เรื่องง่าย หากประมาทพลาดพลั้งไปสักชาติหนึ่ง
รีบเอาชนะให้ได้
“เมื่อปรากฏรู้ตัวว่าเป็นทาสพญามารอยู่เช่นนี้ก็ต้อง
ช่วยรีบเปลื้องตัว ต้องรีบพยายามแก้ตัว ถ้ารีบพยายาม
แก้ตัวให้พ้นไปเสียได้ ก็จะไม่ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย
เอาชนะเสียให้ได้” (จากปัพพโดมคาถา แสดงเมื่อวันที่
๒๘ มีนาคม ๒๔๙๗)
หนทางแห่งชัยชนะก็ห่างไกลออกไป จึงต้องสร้างบารมี
กันยาวนาน นานสักเท่าไรยังไม่ปรากฏ ดังนั้นแล้ว หลวง
พ่อจึงได้กล่าวเตือนถึงการไปให้ถึงที่สุดที่เอาชนะการ หนทางชนะก็มองเห็นอยู่รำไร
หนทางชนะนั้นมีปีย แต่ถ้าไม่รู้ก็ต้องแพ้อยู่ร่ำไป
ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย อย่างหลีกไม่พ้น แต่ถ้าสู้
คุกคามการเป็นบ่าวทาสของมารนี้ว่า
เป้าหมายแห่งชัยชนะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำปรารถนา
มกร ท้อง ๐๕๗๑
๔๙. วารสารณยาณมิตร