การดูแลมารดาที่ป่วย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 1 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 132

สรุปเนื้อหา

ดวงจันทร์ในดวงใจ (ต่อจากหน้า ๔๑) อันเป็นความสามารถพิเศษ ทางสติปัญญาและพลังสมาธิ จิตของคุณยายอาจารย์ เรื่องแรก เป็นเวลา กลางๆ ปี ๒๕๑๑ มารดาของ ข้าพเจ้าป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ที่ปอดระยะสุดท้าย แพทย์ คำนวณเวลาว่า คงมีชีวิตอยู่ ได้ราว 5 เดือน ข้าพเจ้ารับ ท่านจากบ้านต่างจังหวัดมา พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านข้าพเจ้า ที่กรุงเทพฯ บางเวลาต้องนำ เช้ารักษาในโรงพยาบาลตาม คำสั่งแพทย์ ขณะนั้นข้าพเจ้า ยังรับราชการเป็นข้าราช การชั้นผู้ใหญ่ ดูแลมารดาไม่ เต็มที่นัก เพราะต้องออก ครอบครัวแตกแยก พ่อบ้าน ออกจากบ้านไปมีภรรยาใหม่ เพราะโกรธเคืองที่ข้าพเจ้า สนใจเรื่องศาสนา ปล่อยให้ ข้าพเจ้าเลี้ยงดูลูกๆ สามคน ตามลำพัง คนโตอายุ ๗ ขวบ คนกลาง ๘ ขวบ และคนเล็ก ๔ ขวบเศษ ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าเป็นข้า ราชการผู้ใหญ่ มีความรู้ มี คนนับหน้

หัวข้อประเด็น

- การดูแลมารดาที่ป่วย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ดวงจันทร์ในดวงใจ (ต่อจากหน้า ๔๑) อันเป็นความสามารถพิเศษ ทางสติปัญญาและพลังสมาธิ จิตของคุณยายอาจารย์ เรื่องแรก เป็นเวลา กลางๆ ปี ๒๕๑๑ มารดาของ ข้าพเจ้าป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ที่ปอดระยะสุดท้าย แพทย์ คำนวณเวลาว่า คงมีชีวิตอยู่ ได้ราว 5 เดือน ข้าพเจ้ารับ ท่านจากบ้านต่างจังหวัดมา พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านข้าพเจ้า ที่กรุงเทพฯ บางเวลาต้องนำ เช้ารักษาในโรงพยาบาลตาม คำสั่งแพทย์ ขณะนั้นข้าพเจ้า ยังรับราชการเป็นข้าราช การชั้นผู้ใหญ่ ดูแลมารดาไม่ เต็มที่นัก เพราะต้องออก ครอบครัวแตกแยก พ่อบ้าน ออกจากบ้านไปมีภรรยาใหม่ เพราะโกรธเคืองที่ข้าพเจ้า สนใจเรื่องศาสนา ปล่อยให้ ข้าพเจ้าเลี้ยงดูลูกๆ สามคน ตามลำพัง คนโตอายุ ๗ ขวบ คนกลาง ๘ ขวบ และคนเล็ก ๔ ขวบเศษ ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าเป็นข้า ราชการผู้ใหญ่ มีความรู้ มี คนนับหน้าถือตา ข้าพเจ้าไม่ ต้องการให้ใครติเตียนซ้ำเดิม จึงระรับความเสียใจโกรธเคือง ทุกอย่าง พยายามอยู่อย่าง สงบ ไม่แสดงความเศร้า โศกให้ลูกๆ และมารดาเห็น เพื่อไม่ให้ทุกคนเสียขวัญ เสีย แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น สามีของข้าพเจ้ากลับ เดินทางจากบ้านแต่เช้ากลับมาในตอนเย็น ได้อาศัย สุขภาพจิต น้องสาวและลูกจ้างดูแลแทนในตอนกลางวัน ส่วนตอน กลางคืนและวันหยุดราชการข้าพเจ้าเล่าดูแลเต็มที่ มาอาละวาดที่บ้านตอนกลางวันขณะที่ข้าพเจ้าไม่อยู่ บางคืนมีอาการหนักมาก ต้องให้ยาระงับปวดทุก ๑๕ นาที ส่งเสียงเอะอะด่าว่าข้าพเจ้าให้ผู้เป็นแม่ยายคือมารดา ข้าพเจ้าจะไม่ได้นอนเลย ของข้าพเจ้าฟังแทบทุกวัน เป็นลม บางครั้งต้องไปซ่อนตัวอยู่ซอกเตียงนอน มีอยู่ระยะหนึ่งแพทย์ให้มารดาของข้าพเจ้าออกมา มารดาของข้าพเจ้าป่วยหนักอยู่แล้ว กำลังกาย พักที่บ้านได้ คนเจ็บรู้ตัวดีว่าทางโรงพยาบาลหมดทาง กำลังใจอ่อนแอ เวลาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ตกใจ พาล รักษา บอกกับข้าพเจ้าว่า “หนู แม่ไม่กลับไปโรงพยาบาล อีกแล้วนะ ขอให้แม่ดายที่บ้านเถอะ เพราะมีพ่อของหนู และลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า แม่รู้สึกสบายใจ ถ้าลูกให้ แม่ไปอยู่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลให้คนเล่าได้เพียง หนัก พาตำรวจมาเป็นเพื่อน เหมือนพามาจับคนร้าย คนเดียว แม่คิดถึงหลานๆ มารดาของข้าพเจ้าจึงมีอาการเพียบหนักยิ่งขึ้น ข้าพเจ้า " เมื่อข้าพเจ้าทราบเรื่อง ได้ใช้วิธีให้ลูกจ้างใส่กุญแจ บ้านตลอดเวลา ไม่เปิดให้ฝ่ายนั้นเข้า ยิ่งทำให้โกรธแค้น ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจให้มารดาอยู่บ้าน และขอร้อง เองหาทางออกไม่ได้ เคยเป็นแต่คนเรียบร้อย ใจดี ไม่ เพื่อนที่เป็นแพทย์หญิงคนหนึ่ง เป็นพยาบาลคนหนึ่งมา เคยพูดจาก้าวร้าวระราน หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายใดๆ เยี่ยมดูอาการและสั่งยาให้ที่บ้านบ่อยๆ เพื่อนที่เป็น ถือตนเองว่าเป็นคนมีการศึกษาสูง ต้องสำรวมตน พยาบาลนั้นมาแทบทุกวันเป็นประจํามาตั้งแต่เช้ากลับ ระงับอารมณ์ให้อยู่ สงบเงียบให้ได้ทุกกรณี ตอนเย็น เวลานั้นเป็นเวลาที่ข้าพเจ้ามีปัญหาหนัก แต่เรื่องนี้ยอมต่อไปไม่ได้แล้ว เป็นอันตรายต่อชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ๗๐ มกราคม ๒๙๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More