รู้แจ้งโลก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 7 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 132

สรุปเนื้อหา

ทําไมพระองค์จึงรู้แจ้งโลกได้อย่างนี้ ก็เพราะพระองค์เช้าถึงธรรมลายได้แล้ว อวิชชา ความมืดที่เคยตรลบง่าห่อหุ้มใจของพระองค์ ก็ถูกทําลายหมดสิ้นไปแล้ว มันก็เลยสว่างไปหมด ไม่มีความมืดเจือแม้แต่นิดเดียว สว่างจนเห็นแจ้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรจะมาช่อนเร้นอำพรางพระองค์ได้ อย่างดีไปตามทาง ศีล สมาธิ ปัญญา ออกมาเต็มที่ จนทะลุกายเนื้อออก ๑ จากพระธรรมเทศนา มาเลย จึงปรากฏเป็นฉัพพรรณ จนกระทั่งจรณะของพระองค์สม บูรณ์พอ ก็เข้าถึงพระธรรมกาย รังสีรุ่งโรจน์ จนแม้แต่สัตว์ต่างๆ ภายใน เมื่อเข้าถึงแล้วก็ไม่ได้หยุด ที่แลเห็นก็เกิดความตะลึงรันงงหยุด ตั้งอยู่แค่นั้น แต่ดำเนินทางจิตต่อไป นิ่งกันไปเป็นทิวแถว พระองค์จึง ด้วยการหยุดในหยุด จึงเข้าถึงธรรม ได้ชื่อว่า สุคโต ผู้ทรงพระดำเนินงาม กายในธรรมกายไปตามลำดับตั้งแต่ อี

หัวข้อประเด็น

- รู้แจ้งโลก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทําไมพระองค์จึงรู้แจ้งโลกได้อย่างนี้ ก็เพราะพระองค์เช้าถึงธรรมลายได้แล้ว อวิชชา ความมืดที่เคยตรลบง่าห่อหุ้มใจของพระองค์ ก็ถูกทําลายหมดสิ้นไปแล้ว มันก็เลยสว่างไปหมด ไม่มีความมืดเจือแม้แต่นิดเดียว สว่างจนเห็นแจ้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรจะมาช่อนเร้นอำพรางพระองค์ได้ อย่างดีไปตามทาง ศีล สมาธิ ปัญญา ออกมาเต็มที่ จนทะลุกายเนื้อออก ๑ จากพระธรรมเทศนา มาเลย จึงปรากฏเป็นฉัพพรรณ จนกระทั่งจรณะของพระองค์สม บูรณ์พอ ก็เข้าถึงพระธรรมกาย รังสีรุ่งโรจน์ จนแม้แต่สัตว์ต่างๆ ภายใน เมื่อเข้าถึงแล้วก็ไม่ได้หยุด ที่แลเห็นก็เกิดความตะลึงรันงงหยุด ตั้งอยู่แค่นั้น แต่ดำเนินทางจิตต่อไป นิ่งกันไปเป็นทิวแถว พระองค์จึง ด้วยการหยุดในหยุด จึงเข้าถึงธรรม ได้ชื่อว่า สุคโต ผู้ทรงพระดำเนินงาม กายในธรรมกายไปตามลำดับตั้งแต่ อีกอย่างหนึ่ง ธรรมกายโคตรภู ธรรมกายโสดาบัน สกทคามี อนาคามี จนธรรมกาย- และด้วยบุญบารมี ด้วยรัศมี ของพระองค์ที่แผ่ออกมาจากใจที่ เข้าถึงธรรมกาย ซึ่งจรดอยู่ในนิพ- ดึงดูดธรรมกายเข้าไปอยู่ในนิพพาน พานตลอดเวลา ทำให้พระองค์ไม่ โลกวิทู ๓ โลกวิทู แปลว่า รู้แจ้งซึ่งโลก โลกแบ่งออกเป็น ๓ คือ สังขารโลก สัตวโลก โอกาสโลก โลกตั้ง สมเด็จพระบรมศาสดาทรงรู้แจ้ง หมดรู้ถึงความเป็นไปของโลกเหล่า นี้ยละเอียดด้วย จึงได้พระนามว่า โลกดู อนาคามี ตกศูนย์อายตนนิพพานก็ ตำว่า โลก หมายความว่า เป็น ว่าจะเสด็จไปถึงไหนๆ ทั้งโรคภัยไข้ ที่ทอแห่งสัตว์หรือนัยหนึ่งว่าเป็นที่ ตลอดเวลาตั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่ง เรียกว่า นิพพานเป็น (สอุปทาทิเสสา นิพพาน) และเมื่อดับยันธปรินิพาน ก็หมดฤทธิ์ไม่เหลือเลย พระองค์จึง อายตนนิพพานอีกอย่างหนึ่งก็ดึงดูด ธรรมกายของพระองค์เข้าสู่นิพ พานไปเรียกว่า นิพพานดาย (อนุ ปาทิเสสนิพพาน) พระองค์จึงได้ชื่อ ว่า สุคโต ผู้ไปสู่แดนอันเกษมคือ นิพพาน เจ็บทั้งความเดือดร้อนพินาศวุ่นวาย ก่อผลแห่งสัตว์ ซึ่งว่าเป็นที่ก่อแห่ง สัตว์ก็คือเป็นที่เกิดที่อยู่แห่งสัตว์ นี้ ได้ชื่อว่า สุคโต ผู้ไปสู่ที่ไหนก็ดีที่นั่น ที่ว่าเป็นที่ก่อผลแห่งสัตว์ก็คือเป็นที่ ดังจะเห็นพระ ณนามว่า สุคโต แม้จะแปลได้หลายนัย อย่างไรก็ตาม ซึ่งสัตวได้อาศัยก่อกุศลและอกุศลว่า โดยเฉพาะโลกมนุษย์เป็นที่มนุษย์ แต่ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่พระองค์ อาศัยสร้างบุญแล้วก็ได้ผลไปบังเกิด ทรงดำเนินทางจิตดีแล้ว ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา จนกระทั่งใจหยุดนิ่ง และเพราะพระองค์ทรงดำเนิน ที่ศูนกลางกายไปตามลำดับๆ จน จิตข้างในไว้ดีแล้ว ทุกย่างก้าวอยู่ใน เข้าถึงธรรมกายในที่สุด แล้วจึง อายตนนิพพานตลอด อวิชชาห่อหุ้ม ใจของพระองค์ไม่ได้เลย ความสว่าง จากภายในใจพระองค์สามารถพุ่ง เกิดความหมายในนัยอื่นตามมา ในสวรรค์ หรือบำเพ็ญบารมีแล้ว ส่งผลไปสู่นิพพาน ดั่งเช่น สมเด็จ พระศาสดา ถ้าสร้างบาปแล้วก็เป็น ผลให้ไปเกิดในนรก สังขารโลก คือโลกที่มีอาหารเป็น ปัจจัยแต่งได้แก่คำว่า อาหารฏฐีดีกา สัตว์อยู่ได้เพราะอาหารปรนปรือ กรกฎาคม ๒๕๔๑ ๑๗ วารสารกัสยา ตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More