ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาทิตย์ต้นเดือน
กลางๆ บ้าง แต่ในขณะที่เราสวดมนต์ ก็มี แต่พี่ที่นั่นคุยด้วยเค้าก็พยายาม เขียนตอบเรื่องทางโลกและทางธรรม
อยู่นี้ เราจะได้พูดแต่ค่าที่ดี เป็นสิริ อธิบายให้ผู้ปกครองฟังและบอกว่า ว่า ไม่ได้แบ่งแยกกัน ลูกก็เข้าใจค่ะ
มงคลอย่างเดียว ลูกจึงมักจะตั้งใจ เค้าทำแล้วมีความสุข จนในที่สุดผู้ และไม่ได้คิดว่าคนที่อยู่นอกวัดจะ
สวดมนต์ สวดแล้วก็สบายใจดีค่ะ ปกครองก็ยอม พี่เค้าพูดกับนุ่นว่า ไม่ ไม่ดีหรืออะไรอย่างนั้น ลูกยังไม่ถึง
สวดแล้วก็นึกองค์พระไปด้วย สลับ นึกเลยว่าพ่อแม่จะรักและเป็นห่วงเรา ชั้นเอียงซ้ายหรือเอียงขวาจัด ลูก
เป็นช่วงๆ ค่ะ คุณแม่ชอบเวลาสวด ขนาดนี้ นั่นก็ได้แต่นิ่งฟังไม่ได้พูด เข้าใจว่า แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่วัด แต่
มนต์ไหมค่ะ บางทีนั่นก็ว่าใจเป็น อะไรหรอกค่ะ แต่ก็รู้บ้างว่าการที่มา เราก็สามารถสร้างบารมีได้อย่าง
สมาธิดีก็ตอนสวดมนต์นี่แหละค่ะ อยู่ที่วัด ก็ต้องมีคนที่ไม่เข้าใจบ้าง ว่า เต็มที่เช่นกัน ก็แล้วแต่หน้าที่ของแต่
แล้วก็เวลาที่ฟังเทปโอวาทของหลวง- ทำไมถึงทำเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นคนที่ ละคนว่า มีหน้าที่อะไรก็ท่า อย่างนั้น
พ่อคะ เป็นเทปว่า นั่งสมาธิในวัน รู้จักเราก็ตาม หรือบางคนที่ไม่รู้จัก ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม และเราเป็น
ก็มักจะเข้าใจผิดไปในแง่ลบว่า ไม่ หนึ่งเดียวกัน เราก็ต้องสู้กับฝ่าย
ตอนนี้นั่นก็อยู่ได้เรื่อยๆ นะคะ อยากเรียนบ้าง หรือมาอาศัยวัดอยู่ ตรงข้ามเหมือนกัน โดยมีพระเดช
พยายามจะเดือนตัวเองให้ทำวัน บ้าง แรกๆ ที่นั่นได้ฟังก็รู้สึกสะอึก พระคุณหลวงพ่อเป็นแม่ทัพ หรือ
เวลาทุกวันผ่านไปอย่างมีค่า บาง เหมือนกันค่ะ นึกไม่ถึงว่าทำไมจึงคิด แม้แต่คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ก็
ครั้งนั้นก็จะรู้สึกผิดก็จะสอนตัวเองว่า เป็นแบบนี้ ก็หน้าชาเลยค่ะ แต่ก็ทำ ยังจัดได้ว่าเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อน
คิดอย่างนี้ไม่เหมือนนักเรียน ใจได้ เพราะรู้ว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่ ร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตาย
อภิญญาเลยนะ ทำอย่างนี้ก็ไม่เหมือน เขาคิด เรามาอย่างผู้ที่มีโอกาส ไม่ อย่างไรละคะคุณแม่ นั่นยังว่า ได้ว่า
เป็นทหารเลย รู้สึกว่าน่าจะดีกว่านี้ ใช่ผู้ด้อยโอกาส ฐานะทางบ้านหรือ ลูกเคยบอกกับหลวงพ่อว่า ลูกกลัว
หรือบางครั้งที่นุ่นรับบุญทำความ การเรียนของเราก็อยู่ในระดับดี แต่ พวกกายละเอียดที่อยู่กันคนละภพกัน
สะอาด นั่นก็คิดว่า เอ๊ะ!...ข้างใต้นี่ เราทิ้งสิ่งเหล่านี้มาเพราะตั้งใจมาหา หรือให้พูดเต็มปากก็คือ กลัวผี
ต้องเช็ดไหมนะ ไม่ค่อยเห็นใครเช็ด สิ่งประเสริฐกว่า และลูกก็พยายาม หลวงพ่อทำนบอกว่าไม่ต้องกลัว
ก็ลังเลว่าต้องเช็ดไหมเพราะรู้สึก ทำความเข้าใจว่า เขาก็ต้องเข้าใจ เราก็เหมือนเป็นเพื่อนกัน นั่นก็คิด
ขี้เกียจนิดๆ ค่ะ แต่พอคิดว่าถ้าเป็น อย่างนี้แหละ เพราะคนส่วนมากมัก ในใจว่า เพื่อนอย่างนี้ไม่เอา หลวง
คุณยาย ท่านต้องเช็ดแน่เลย นั่นก็เลย จะแสวงหาในสิ่งที่ลูกได้ตัดใจทิ้งมา พ่อท่านบอก ก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์
เช็ดค่ะ นุ่นจำได้ว่า อยู่ที่บ้านนั้นไม่ ทั้งนั้น เมื่อลูกคิดได้อย่างนั้น ลูกก็ เกิด แก่ เจ็บ และตาย ไงจ๊ะ นั่น
เคยได้ทำเลยค่ะ แต่อยู่ที่นี่ก็ทำหลาย พยายามให้อภัยเขา ไม่ไปติดใจโกรธ ฟังแล้วก็ว่าจริงด้วย คุณแม่ว่าจริง
อย่าง เป็นการฝึกตัว ลูกเคยคุยกับ แต่ลูกก็ไม่ค่อยโกรธหรอกค่ะ จะ ไหมคะ ฉบับนี้นุ่นก็ต้องขอจบลง
พี่ๆ ที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรม จึงได้ สะเทือนใจมากกว่า แต่ไม่นานลูกก็ ตรงนี้แล้วกันนะคะ แล้วจะเขียนมา
ทราบว่า มีผู้ปกครองบางท่านที่เป็น ลืมและไม่สนใจ ทำให้เรื่องจบลงตรง อีกค่ะ
ห่วงลูก ไม่เข้าใจว่าอยู่ที่นี่ทำไมต้อง นั้น ซึ่งก็จะมีผลดีกับลูกมากกว่า
ทำงาน จึงไม่อยากให้ลูกมาอยู่ที่วัด
วารสาวกัลยาณมดร ๑๐๐ กรกฎาคม ๒๕๔๑
ในฉบับที่แล้วมา ที่คุณแม่ได้
ด้วยความเคารพรัก
ลูกนุ่น