ข้อความต้นฉบับในหน้า
๏ จากพระธรรมเทศนา
สตฺถา เทวมนุสสาน
สัตถา เทวมนุสสาน แปลว่า
พระองค์เป็นบรมครูแห่งเทวดาและ
มนุษย์ทั้งหลาย ข้อนี้สาธกได้ด้วย
พุทธกิจ ๔ ประการ ซึ่งว่า ๑ เวลา
เช้าบิณฑบาต ๒ เป็นทรงแสดง
๏ ขยายความ
๏ จากพระธรรมเทศนา
พระพุทธคุณข้อนี้ก็เกิดมาจาก
พระองค์เป็นโลกวิทู เพราะทรงรู้ พุทโธ
แจ้งโลก จึงได้ทรงเป็นยอดนักฟิก คำว่า พุทโธ แปลได้หลายนัย
อย่างดีเลิศไม่มีใครเสมอเหมือน ไม่ แต่ในที่นี้จะขอแปลในทางที่ว่า เป็น
เฉพาะแต่มนุษย์เท่านั้นที่พระองค์ ผู้บานแล้วหรือเบิกบานแล้ว ที่ว่า
ทรงฟิกได้ แม้แต่เทวดาทั้งหลาย ทั้ง บานนั้นเปรียบด้วยดอกประทุมชาติ
๖ ชั้นฟ้ารวมทั้งรูปพรหมด้วย พระ คือบานเหมือนดอกบัวที่บานแล้ว
ธรรม ๓ พลบค่ำทรงให้โอวาทภิกษุ องค์ก็ทรงสามารถฝึกได้ดีอย่างชนิด เต็มที่ การที่พระองค์ทรงประกอบ
๔ เที่ยงคืนแก้ปัญหาเทวดา ๕ ค่ำ ไม่มีใครเทียบอีกเหมือนกัน พระองค์ ความเพียรอยู่ด้วยประการต่างๆ
รุ่งพิจารณาดูเวไนยสัตว์ที่พึงจะโปรด จึงได้ชื่อว่าเป็นบรมครูของมนุษย์ เมื่อยังไม่ได้บรรลุสัมมาสัมโพธิ
จะเห็นได้ว่าในข้อ 8 นั้นทรงเป็น และเทวดาทั้งหลาย นอกจากนี้ยังไม่ ญาณเปรียบเหมือนดอกบัวที่ยังตูม
ครูมนุษย์ ข้อ ๔ นั้นทรงเป็นครู ทรงเหนื่อยหน่ายในการที่จะฟักอีก อยู่ ต่อรุ่งอรุณแห่งวันวิสาขปุรณมี
เทวดา และยังมีมงคลสูตรเป็นข้อ ด้วย ดังปรากฏตามพุทธกิจ ๔ ประ- พระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว จึงเปรียบ
ยืนยันอีก เพราะเหตุที่พระองค์จะ การว่า ๑ เวลาเช้าทรงบิณฑบาต ๒ เสมือนดอกบัวที่บานแล้ว บานใน
ทรงแสดงมงคลสูตรนั้นก็เนื่องจาก รุ่งทรงพิจารณาดูเวไนยสัตว์ นี่ เวลารุ่งอรุณแห่งวันวิสาขปุรณมี
เหตุว่าเทวดาลงมาเฝ้าและยกปัญ คือหัวใจของความเป็นครูของพุทธ นั้นเอง นัยว่าที่เบิกบานนั้น หมาย
หาขึ้นทูลถามว่าอะไรเป็นมงคล องค์ ขอให้ใครพอมีแววมีบุญพอ
พระองค์จึงทรงประทานเทศนา จะฟักเถอะ จะเป็นมนุษย์ก็จะเสด็จ
ความว่า เมื่อพระองค์ได้ทรงตราก
ตรำเป็นเวลาล่วงถึง 5 พรรษาแล้ว
มงคลสูตร ซึ่งเริ่มต้นด้วยบทพระ ไปฟักให้ไม่ว่าเขาจะอยู่แสนไกลแค่ จึงได้มาตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิ
คาถาว่า “อเสวนา จ พาลาน” เป็น ไหน จะเป็นเทวดาก็ยังไปฟิกให้ได้
อาทิ ซึ่งแปลว่า อย่าคบคนพาล เป็น ในวันหนึ่งๆ พระองค์ทรงทุ่มให้กับ
ต้นตลอดจนถึงนิพพานสัจฉิกิริยา การฝึกทั้งมนุษย์และเทวดาอย่าง
การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานฯ ซึ่ง เต็มที่ ไม่ได้ทรงเห็นแก่พักผ่อน
พระองค์ตรัสว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น หลับนอนเลย ด้วยหัวใจของความ
มงคลทั้งสิ้น ดังนี้จึงได้พระนามว่า เป็นครูยอดนักฟิกเช่นนี้ จึงได้พระ
สัตถา เทวมนุสสานัง พระองค์ นามว่า ลัดถาเทวมนุสานัง บรม
เป็นบรมครูทั้งเทวดาและมนุษย์
ครูของทั้งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ญาณ ได้รับผลเป็นองค์อรหัง และ
สัมมาสัมพุทโธฯ ดังบวรยายมาข้าง
ต้นแล้ว พระกมลหฤทัยของพระ
องค์ก็ย่อมผ่องแผ้วเบิกบานเต็มที่
เหตุว่าได้ผลสมปรารถนาที่พระองค์
ทรงดั้งปณิธานเพียรบำเพ็ญมา
ฉะนี้จึงได้พระนามว่า พุทโธ
ขอย้ำอีกหน่อยว่า การที่น่าเอา
ดอกบัวบานมาเทียบความหมาย
แห่งคำว่าพุทโธนั้น ก็เพราะเหตุว่า
เมื่อปฐมกัลป์เริ่มตั้งศีรษะแผ่นดิน
(พระธรรมเทศนา อ่านต่อหน้า ๑๑๐;
วารสารกัสยาด หว ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๑