ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระองค์ทรงรู้แจ้ง งสัตวโลกว่าไม่เป็นเช่นนั้น ที่จริงสัตวโลกทั้งหลายย่อมเป็นไป
ตามยถากรรม ท่าดี ความดีย่อมติดตามไปสนองในภพหน้า ทำชั่วความรู้โว้ย่อมติดตามไป
สนองโนภพหน้าเป็นเสมือนเงาตามตัว อันเรียกว่า ยถาภูตญาณทัสสนะ
จึงได้ชื่อว่า โลกวิทู นัยหนึ่ง
มาขอบรรพชาอุปสมบทในสำนัก ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระองค์จึงทรง
พระองค์หมดสิ้น ดังนี้พระองค์จึง ฟักคน ฟักสรรพสัตว์ได้อย่างใจ ใคร
เป็นผู้ฝึกสอนอย่างดีเลิศ ไม่มีผู้ใด
ที่มีแววหรือมีบุญพอจะมีรับการฟัก
เสมอเหมือน จึงได้พระนามว่า ได้พระองค์เป็นต้องเอามาฟิกให้ได้
อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ
และฟิกได้สำเร็จรวดเร็วเป็นอัศ-
จรรย์ไม่มีใครมาเทียบกับพระองค์ที
๏ ขยายความ
เดียว หรือถ้าใครยังเป็นประเภทอิน-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงได้รับ ทรีย์อ่อนเหมือนไม้ไม่มีแก่น ยัง
คำยกย่องว่าเป็นนักฟิกคนที่ยอด ต้องรอเวลา พระองค์ก็จะปล่อยไป
เยี่ยม อย่างไม่มีใครจะมาเสมอ ก่อนเจนอินทรีย์แก่กล้าแล้วเมื่อไหร่
เหมือนอีกแล้ว ซึ่งพระเดชพระคุณ จึงค่อยตามตัวเอามาฟิก และหาก
หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้ยกตัวอย่าง เป็นประเภทที่อินทรีย์ยังอ่อนปวก
การฝึกสอนของพระองค์มาเล่าให้ เปียกชนิดชาตินี้ทั้งชาติยังรับการ
พวกเราฟัง ทำให้เห็นภาพชัดเจน ฟักไม่ไหว ถ้าพระองค์ทรงบอกว่ายัง
ดีว่า ที่พระองค์ทรงสามารถฟิกคน รีบการฟักไม่ไหว ใครๆ ก็อย่าฟินไป
ได้อย่างนี้ ก็เพราะความรู้แจ้งโลก ฟักให้เลย เสียเวลา แปลว่า ไม่มีทาง
ของพระองค์ที่ว่ากันไปแล้วนั้น พักได้หรอก ความสามารถในการฝึก
แหละก็ทำไมจะฟักไม่ได้ล่ะ ในเมื่อ คนอย่างยอดเยี่ยมของพระองค์นี้
ไม่ว่าใครหากพระองค์ทรงพบแล้ว เหนือกว่าศาสดาทั้งหลาย จึงได้พระ
ทั้งนิสัยใจคอของเขาซึ่งสั่งสมกันมา คุณนามว่า อนุตตโร ปุริสทัมม
กี่ภพกี่ชาติ พระองค์ทรงระลึกชาติ สา" สารถีผู้ฝึกสอนคนไม่มีผู้อื่นยิ่ง
ไปเห็นไปรู้พฤติกรรมของเขาทั้ง กว่า
หมดไม่ว่าเคย กิน อยู่ เกิด ตายมา
อย่างไร แม้แต่ความคิดความอ่าน
ที่อยู่ในใจขณะนั้นก็ปิดบังพระองค์
กรกฎาห
๕๔. ๒๕ วารสารก้ ยาณมิตร