ข้อความต้นฉบับในหน้า
65
พระพุทธองค์มาเป็นเวลาช้า
นาน มีความรำลึกถึงพระองค์
จึงโปรดให้ช่างทำพระพุทธ
รูปขั้นด้วยแก่นจันทน์แดง
ประดิษฐานเหนืออาสนะที่
พระพุทธรูปตัวแทน
ของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้านั้นสร้างขึ้นครั้งแรก
โดยชาวโยนก(ชาวกรีก)
ในคันธราฐ (ปัจจุบันนี้
เป็นประเทศปากีสถาน)
ซึ่งเป็นชนชาติที่มา
เลื่อมใสพระพุทธ
ศาสนา ในราวปี
พ.ศ. ๓๓๐
พระพุทธองค์เคยประทับ ครั้นพระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์แล้ว
ก็โปรดให้เก็บรักษาไว้เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างพระพุทธรูปเมื่อ
พระองค์ล่วงลับไปแล้วนั่นคือตำนานการสร้างพระพุทธรูปในสมัย
พุทธกาล ส่วนในยุคหลังพระพุทธกาลนั้นได้อ้างอิงหลักฐานทาง
โบราณคดีว่า พระพุทธรูปตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นสร้าง
ขึ้นครั้งแรกโดยชาวโยนก(ชาวกรีก) ในคันธราฐ (ปัจจุบันนี้เป็น
ประเทศปากีสถาน) ซึ่งเป็นชนชาติที่มาเลื่อมใสพระพุทธศาสนาในราวปี
พ.ศ. ๓๗๐ ด้วยว่าชาวโยนกจะสร้างเทวรูปสำหรับการสักการบูชา
เป็นปกติอยู่แล้ว ต่างกับชาวอินเดียในยุคนั้นที่ยังคงสร้างสิ่งอื่นสมมุติ
แทนอยู่ พระพุทธรูปในยุคถัดๆ มาจึงต้องสร้างในรูปแบบที่ชาวโยนก
ริเริ่มไว้โดยปริยาย นั่นคือสร้างให้เป็นที่สังเกตได้โดยง่ายว่านี่คือ
พระพุทธเจ้า โดยอาศัยตำนานที่กล่าวถึงพุทธลักษณะในคัมภีร์ปุริ
สลักษณะของพราหมณ์ประกอบกับคำบอกเล่าที่มีต่อๆ กันมา
ประกอบกับพุทธประวัติของพระพุทธองค์ที่เป็นกษัตริย์ก่อนเสด็จ
ออกผนวช พระพุทธรูปที่ถูกริเริ่มขึ้นจึงมีลักษณะกึ่งกษัตริย์ต่างคือ
ทรงครองผ้าอย่างสมณะแต่มีพระเศียรที่มีเกตุมาลายาวอย่างเกศา
ของกษัตริย์ มีพระอุณาโลมไว้ที่ระหว่างพระขนง ส่วนกิริยาท่าทาง
นั้นได้ปรับให้เข้ากับพุทธประวัติแต่ละช่วงตอน ดังที่ทุกท่านได้เห็น
จากพระพุทธรูปปางต่างๆในปัจจุบันนี้
จากพระพุทธรูปสู่พระพิมพ์
หากเป็นในยุคปัจจุบันแล้ว อาจกล่าวได้ว่า ความนิยมเกี่ยว
กับการสร้างรูปเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า าหรับชาวพุทธเพื่อ
เป็นการสักการะบูชา นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปแล้ว ยังปรากฏ
ความนิยมเกี่ยวกับพระพิมพ์กันแพร่หลาย ซึ่งพระพิมพ์ในยุคสมัยนี้
มักเป็นที่รู้จักกันในนามของพระเครื่อง อาจเป็นในรูปของสิ่ง
กัลยาณมิตร ๓๘ กันยายน ๒๕๐๒