ข้อความต้นฉบับในหน้า
65
เพื่อเป็นสัญญลักษณ์
ให้รู้ว่า ครั้งหนึ่งพญา
นาคทั้ง 5- ตระกูลนี้
ได้ปกปักรักษามหาธาตุ
นี้ด้วยดีตลอดมา
คูบุญ
มหาสิริราชธาตุ ธาตุแห่งพระราชาหรือราชาแห่งธาตุอันเป็นสิริ
อันยิ่งใหญ่ สิริ แปลว่า เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ หมายถึงว่า
ราชาแห่งธาตุนี้จะเป้นที่ดึงดูดทรัพย์ ทั้งทรัพย์หยาบ ทรัพย์ละเอียด ทั้ง
โลกียทรัพย์และอริยทรัพย์อันมหาศาลติดตัวผู้เป็นเจ้าของทั้งในปัจจุบัน
จนกระทั่งทุกภพทุกชาติ ถึงที่สุดแห่งธรรม นี้คือนิยามและที่มาของธาตุ
อันมีนามอลังการว่า “มหาสิริราชธาตุ”
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าธาตุอัศจรรย์นี้ได้ถูกซ่อนเร้นจากการพบเห็น
ของมนุษย์มาเป็นเวลาช้านานเพื่อรอเจ้าของ การปรากฏตัวขึ้นในบัดนี้
จึงมิใช่การบังเอิญ เพราะเหตุที่ขณะนี้ เป็นเวลาที่เหล่านักสร้างบารมีผู้
มีดวงใจเด็ดเดี่ยว ได้ทุ่มเท ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคเศรษฐกิจ
ที่ชวนเซ ด้วยใจมุ่งมั่นที่จะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อเป็นศูนย์รวม
ใจแก่ชาวโลก เพื่อนำพาชาวโลกให้พบกับสันติสุขอันแท้จริงของมวล
มนุษยชาติ การกระทำเยี่ยงนี้มิได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เลย หากหัวใจนัก
สร้างบารมีที่แท้จริงเท่านั้นจึงสามารถมองข้ามอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง
จึงได้รูปของพระมหา
สิริราชธาตุที่เด่น
สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น
ไปได้ ในบุญบารมีระดับนี้ คุณค่าของนักสร้างบารมีทั้งหลายจึงไม่ใช่สิ่ง
ที่สามารถดีราคาได้เฉกเช่นคุณค่าของมหาสิริราชธาตุ ฉะนั้น สิ่งดีๆ มี
คุณค่า คนที่มีคุณค่าเทียบเท่าเท่านั้นจึงเหมาะสมที่จะได้เป็นเจ้าของ
ปรารถนาจะได้เป็น
เจ้าของกันถ้วนหน้า
การปรากฏขึ้นของมหาสิริราชธาตุในยามนี้ จึงเป็นเพียงการพบกันของ
คู่บุญนั่นเอง พบเพื่อราชาแห่งธาตุอันเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์สมบัตินี้
จะเป็นสื่อน่ามาซึ่งโภคทรัพย์มานอน....... “นอน” เพื่อรอคอยที่จะสรรค์
สร้างประโยชน์ทำตามคำสั่งของผู้มีบุญเท่านั้น
พิเศษศักดิ์สิทธิ์
ด้วยรูปลักษณ์อันวิจิตรของธาตุธรรมชาติซึ่งไม่ซ้ำแบบไม่ซ้ำลาย
แกะสลักเป็นองค์พระธรรมกายด้วยชิมือช่างประณีตบรรจงด้วยความตั้งใจ
กรอบล้อมด้วยกรอบรูปพญานาค ๔ ตระกูลเพื่อเป็นสัญญลักษณ์ให้รู้ว่า
ครั้งหนึ่งพญานาคทั้ง ๔ ตระกูลนี้ได้ปกปักรักษามหาธาตุนี้ด้วยดีตลอดมา
จึงได้รูปของพระมหาสิริราชธาตุที่เด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็น ปรารถนา
จะได้เป็นเจ้าของกันถ้วนหน้า แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลเบื้องต้นเท่านั้น
ที่พระของขวัญนี้ก้าวขึ้นครองใจของพุทธศาสนิกชนผู้มีบุญบารมี หาก
กัลยาณมิตร ๔๒ กันยายน ๒๕๔๑