พระพิมพ์และความเชื่อในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 9 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 132

สรุปเนื้อหา

สำหรับในประเทศไทย มีหลักฐานผ่านการวิเคราะห์จากพระพิมพ์ที่ขุดพบว่ามีการ สร้างพระพิมพ์สมัยแรกขึ้นในราวระหว่าง พ.ศ. ๖๐๐-๙๖๐ ในยุคสมัยสุวรรณภูมิสมัยหลัง ซึ่งพระพิมพ์ในสมัยนั้นมีการสร้างด้วยวัสดุแตกต่างกัน บ้างสร้างด้วยผง มีการบรรจุพระ บรมสารีริกธาตุบ้าง ปรากฎปาฏิหาริย์ความเชื่อกันตั้งแต่ยุคสมัยแรกแล้ว ปาฏิหาริย์จึงไม่ใช่ เรื่องใหม่ของพระพิมพ์ จะเรียกว่าเป็นของคู่กันมาเลยก็ว่าได้ หากพระพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับว่าสร้างอย่างสวยงาม ชัดเจน ส่วนมากมักจะ หล่อด้วยโลหะผสมโดยใช้ส่วนทองคำและเงินมากท่าให้ไม่เกิดสนิมผุกร่อน จึงคงทนถาวรมาก ขนาดที่สร้างมาร่วมสองพันปีแล้วก็ยังดูเรียบร้อยดี ในยุคสมัยต่อๆ มาการสร้าง พระพิมพ์ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อทางศาสนาอย่างบริสุทธิ์ เริ่มมีแนวความคิด อื่นเข้ามาปะปน จ

หัวข้อประเด็น

- พระพิมพ์และความเชื่อในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สำหรับในประเทศไทย มีหลักฐานผ่านการวิเคราะห์จากพระพิมพ์ที่ขุดพบว่ามีการ สร้างพระพิมพ์สมัยแรกขึ้นในราวระหว่าง พ.ศ. ๖๐๐-๙๖๐ ในยุคสมัยสุวรรณภูมิสมัยหลัง ซึ่งพระพิมพ์ในสมัยนั้นมีการสร้างด้วยวัสดุแตกต่างกัน บ้างสร้างด้วยผง มีการบรรจุพระ บรมสารีริกธาตุบ้าง ปรากฎปาฏิหาริย์ความเชื่อกันตั้งแต่ยุคสมัยแรกแล้ว ปาฏิหาริย์จึงไม่ใช่ เรื่องใหม่ของพระพิมพ์ จะเรียกว่าเป็นของคู่กันมาเลยก็ว่าได้ หากพระพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับว่าสร้างอย่างสวยงาม ชัดเจน ส่วนมากมักจะ หล่อด้วยโลหะผสมโดยใช้ส่วนทองคำและเงินมากท่าให้ไม่เกิดสนิมผุกร่อน จึงคงทนถาวรมาก ขนาดที่สร้างมาร่วมสองพันปีแล้วก็ยังดูเรียบร้อยดี ในยุคสมัยต่อๆ มาการสร้าง พระพิมพ์ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อทางศาสนาอย่างบริสุทธิ์ เริ่มมีแนวความคิด อื่นเข้ามาปะปน จนบางคราวไม่อาจเป็นเหตุให้มีการครหาว่าทำให้พุทธศาสนาเบี่ยงเบนไป แต่ในท่ามกลางเหตุการณ์วิพากษ์ วิจารณ์นั้น บัดนี้พระพิมพ์ร่วมสมัยได้บังเกิด ขึ้นแล้วด้วยอุดมการณ์บริสุทธิ์ ทางศาสนา โดยไม่ละทิ้งรูปแบบทันสมัยให้เป็นที่ยอมรับ ไม่ทิ้งคุณค่าของพระพิมพ์ในความนิยม ไม่ทิ้งวัตถุประสงค์ตามแนวพระพิมพ์ในอดีต ที่ ปรารถนาจะให้พระพิมพ์นี้เป็นอุปกรณ์ดำรงศาสนาไว้ชั่วลูกชั่วหลาน ในชื่อเรียกขานว่า..... “พระมหาสิริราชธาตุ” กว่าจะมาเป็น “พระมหาสิริราชธาตุ” กว่าสองร้อยล้านปีล่วงมาแล้ว นั้นคือวันเวลาที่ธาตุปริศนาชนิดหนึ่งได้ซ่อนตัวพ้น จากการรับรู้ พ้นจากสายตาของมวลมนุษย์ทั้งหลาย ไม่มีใครได้พบได้เห็น ท่ามกลางการ ปกปักรักษาดูแลของเหล่าเทวดา นาค คนธรรพ์ และยักษ์ เพื่อจะรอคอยผู้เป็นเจ้าของ ธาตุนี้ได้บังเกิดขึ้นแล้วอย่างอัศจรรย์ เพราะเกิดจากต้นไม้ที่ล้มตัวลงผ่านวันเวลา ด้วยวิธีการที่เหนือการทดลองค้นคว้า ธาตุไม้ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นธาตุ ๓ ชนิดที่ผสมกลมกลืนกัน ชนิดเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน คือไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่า ส่วนนี้ธาตุหนึ่ง นี้ธาตุหนึ่ง หากแต่เป็นไปว่า ใน ส่วนหนึ่งๆ นั้นปรากฏธาตุทั้งสามชนิดทีเดียว ธาตุหนึ่งคุณสมยัดอย่างเหล็ก ธาตุหนึ่ง เกล็ดประกายแวววาวราวทองคำ อีกธาตุปรากฏลวดลายของไม้ที่ยังทิ้งร่องรอยอยู่ สิ่งที่เป็นความอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็น นั่นก็คือ ในความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ซ้ำธาตุซ้ำลายจนแม้เมื่อนำมาแกะเป็นองค์พระพิมพ์ขนาดเล็กแล้ว ความสมบูรณ์เหล่า นี้ก็มิได้หายไป แต แล้วเพราะเหตุใดธาตุอัศจรรย์นั้น ซึ่งซุกซ่อนพ้นจากสายตามนุษย์มานานเป็น ร้อยล้านปีเช่นนี้ จึงได้ปรากฏเกิดในยามนี้ได้ กัลยาณมิตร ๔๐ กันยายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More