อริยบุคคล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 10 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 138

สรุปเนื้อหา

ก็เพราะเมื่อท่านเป็น ตัวพระรัตนตรัยเสีย เช่นนี้แล้ว ศีลและวัตร ใดอันเป็นฝ่ายมิจฉา ทิฏฐินอกพระพุทธ จัดเป็น ๔ คือ โสดาปัตติมรรค ๑ โสดาปัตติผล ๑ สกทาคามิมรรค ๑ สกทาคามิผล ๑ อนาคามิมรรค ๑ อนาคามิผล ๑ อรหัตมรรค ๑ อรหัตผล ๑ จึงรวมเป็นอริยบุคคล ๘ จำพวกด้วยกัน แบ่งเป็นชั้นๆ ตามลำดับธรรมวิเศษที่ได้ บรรลุ ทำนองเดียวกันนั้นต่อๆ ไปในกายรูป พรหม กายอรูปพรหม ต่อจากนี้ไปให้ใจธรรมกายน้อมไป ว่าละเอียดกว่านี้มี ฌานที่ ๔ ก็หายไป ฌานที่ ๕ เกิดขึ้นแทนที่ เรียกว่า อากาสาร นัญจายตนะ เมื่อธรรมกายนั่งอยู่บนฌานที่ ๔ พระอริยบุคคลบำเพ็ญกิจถูกส่วน ดังนี้แล้ว ใจธรรมกายน้อมไปว่าละเอียด เพ่งที่ศูนย์กลางกายเป็นดวงใส่จนแลเห็น กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กาย อรูปพรหม จนถึงกายธรรมเป็นชั้นที่ ๕ เป็นชั้นๆ ไป โดยนัยดังที่จะกล่า

หัวข้อประเด็น

- อริยบุคคล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็เพราะเมื่อท่านเป็น ตัวพระรัตนตรัยเสีย เช่นนี้แล้ว ศีลและวัตร ใดอันเป็นฝ่ายมิจฉา ทิฏฐินอกพระพุทธ จัดเป็น ๔ คือ โสดาปัตติมรรค ๑ โสดาปัตติผล ๑ สกทาคามิมรรค ๑ สกทาคามิผล ๑ อนาคามิมรรค ๑ อนาคามิผล ๑ อรหัตมรรค ๑ อรหัตผล ๑ จึงรวมเป็นอริยบุคคล ๘ จำพวกด้วยกัน แบ่งเป็นชั้นๆ ตามลำดับธรรมวิเศษที่ได้ บรรลุ ทำนองเดียวกันนั้นต่อๆ ไปในกายรูป พรหม กายอรูปพรหม ต่อจากนี้ไปให้ใจธรรมกายน้อมไป ว่าละเอียดกว่านี้มี ฌานที่ ๔ ก็หายไป ฌานที่ ๕ เกิดขึ้นแทนที่ เรียกว่า อากาสาร นัญจายตนะ เมื่อธรรมกายนั่งอยู่บนฌานที่ ๔ พระอริยบุคคลบำเพ็ญกิจถูกส่วน ดังนี้แล้ว ใจธรรมกายน้อมไปว่าละเอียด เพ่งที่ศูนย์กลางกายเป็นดวงใส่จนแลเห็น กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กาย อรูปพรหม จนถึงกายธรรมเป็นชั้นที่ ๕ เป็นชั้นๆ ไป โดยนัยดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือชั้นต้น ดูดวงธรรมที่ทำให้เป็น กายมนุษย์ที่ศูนย์กลางกายมนุษย์ให้เป็น ดวงใส แล้วขยายให้กว้างออกไป วัดเส้น ผ่าศูนย์กลางได้ ๒ วา หนา ๑ คืบ ใส เหมือนกระจกเงาล่องหน้า นี้เป็นปฐมฌาน ศาสนาไม่มีในท่านแล้ว แล้วกายธรรมนั่งบนนั้น ดังนี้เรียกว่า จึงได้ชื่อว่าท่านพ้นแล้ว กายธรรมเข้าปฐมฌาน จากสีลัพพตปรามาส แล้วเอาตาธรรมกายที่นั่งบนฌาน กว่านี้มีอีก ฌานที่ ๕ ก็หายไป ฌานที่ 5 เข้ามาแทนที่เรียกว่า วิญญาณัญจายตนะ ธรรมกายนั่งอยู่บนฌานที่ 5 แล้ว นั้น ใจกายธรรมน้อมไปอีกว่าละเอียด กว่านั้นมี ฌานที่ 5 ก็หายไป ฌานที่ ๒ มาแทนที่เรียกว่า อากิญจัญญายตนะ ธรรมกายนั่งอยู่บนฌานที่ ๗ นั้น แล้ว ใจธรรมกายก็น้อมไปอีกว่าละเอียด กว่านี้มีอีก ฌานที่ ๔ ก็บังเกิดขึ้นทันที เรียกว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ รู้สึก ละเอียดจริงประณีตจริง นี้เรียกว่าเข้า ฌานที่ ๑-๘ โดยอนุโลม แล้วย้อนกลับ นั้น เพ่งดูดวงธรรมที่ศูนย์กลางกายทิพย์ จับแต่ฌานที่ ๔ นั้นถอยลงมาหาฌานที่ ๗- ด เห็นเป็นดวงใส แล้วขยายส่วนเท่ากันนั้น ธรรมกายน้อมเข้าฌานที่ ๒ นั้น แล้วฌานที่ ก็หายไป ฌานที่ ๒ มาแทนที่ ธรรมกาย นั่งบนนั้น นี้ชื่อว่า ธรรมกายเข้าฌานที่ ๒ ๗ ๖-๕-๔-๓-๒-๑ เรียกว่าปฏิโลม ทำดังนี้ หน ธรรมกายจึงคงไปอยู่บนฌานที่ ๘ ในระหว่างเข้าฌานนั้น ตั้งแต่ ๑ ถึง 4 นั้น ง ๘ ตาธรรมกายดูทุกขสัจ เห็นชัดแล้วดู สมุทัยสัจ เห็นชัดแล้วดูนิโรธสัจ เห็นชัด แล้วดูมรรค จ เมื่อถูกส่วนเข้าธรรมกาย ตกศูนย์เป้นดวงใส วัดผ่าศูนย์กลางได้ ๕ วา ในไม่ช้าศูนย์นั่นกลายกลับเป็น ธรรมกาย หน้าตัก กว้าง ๕ วา สูง ๕ วา นี่เป็นพระโสดาแล้ว แล้วธรรมกายโสดานั้นเข้าฌาน แล้วพิจารณาอริยสัจ ๔ ในกายทิพย์ ทำนองเดียวกับที่กล่าวมาแล้วนั้น เมื่อ กัลยาณมิตร ๑๔ ดลาคม ๒๕®
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More