ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทพ.ญ. วรรณา อิศราดิลัยกุล
อายุ ๔๗ ปี (ทันตแพทย์หญิง เปิดคลีนิคส่วนตัว จ.พิจิตร)
“...เมื่อมองไปบนท้องฟ้าเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ
นั่งในท่าขัดสมาธิ ห่มจีวรสีเหลืองทอง พอมองมาที่
ดวงอาทิตย์ปรากฏว่าดวงอาทิตย์กระพริบได้ตลอดเวลา
และเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ อย่างสวยงาม มองดูดวง
อาทิตย์มีแสงนุ่มนวลไม่แสบตา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่า
อัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้
พบเห็นอานุภาพบุญเช่นนี้..."
ทพ.ญ. คนึงสุข เจิดรังษี
“ได้เห็นปรากฏการณ์แปลกใหม่บนท้องฟ้าดวง
อาทิตย์ใสเย็นตาราวกับเพชรเม็ดโตลอยเด่นอยู่ถัดออก
ไปก็เป็นภาพโครงร่างของคน เห็นชัดตั้งแต่ศีรษะถึง
ช่วงไหลว่าเป็นรูปหล่อทองคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ภาษีเจริญ ปรากฏอยู่สักครู่แล้วหายไป สักครู่ดวง
อาทิตย์ก็มีลีปรากฏขึ้น เริ่มจากสีฟ้าน้ำทะเล มาเป็นสี
ชมพู และสีขาว ซึ่งทำให้ท้องฟ้าสวยมาก บางครั้ง
ดวงอาทิตย์ก็หมุนได้ แต่ที่น่าตื่นเต้นก็คือ ดวงอาทิตย์
ที่ทอประกายเจิดจรัสงามตาอยู่นั้นกระพริบได้เป็นจังหวะ
วูบๆ วาบๆ อยู่เกือบ
๑๐ นาที..."
คุณเสถียร ประเสริฐ
อายุ ๕๓ ปี ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
“ผมหันไปตามเสียงของคนทางด้านซ้ายมือ สัก
ครูเดียวลูกเปิลก็บอกว่า “พ่อ พ่อ แม่ แม่ i ดูไปที่พระ
อาทิตย์ชิ” ผมหันไปที่ดวงพระอาทิตย์ ผมเห็นครับ
เห็นดวงอาทิตย์สว่างแต่ไม่แสบตาเลย ลอยสว่างมาก
อยู่ในกลางท้ององค์หลวงพ่อวัดปากน้ำเต็มองค์ในท่า
นั่งสมาธิ องค์ท่านใสมากเป็นแก้ว แต่ใสยิ่งกว่าแก้ว
โปร่งบาง บางมาก แล้วท่านก็ขยายหายไป แต่พระ
อาทิตย์ที่ลอยอยู่นั้นยังอยู่ที่เดิม และเปลี่ยนเป็นสีเขียว
สวยสว่างไสว มีวงแหวนสว่างล้อมรอบดวงอาทิตย์ลี
เขียวนั้น
ทัศนะจาทพระเถระ
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙)
กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค ๑๖, เจ้าอาวาส
วัดราชโอรสาราม
“ลักษณะนี้มิใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ จึงมี
อาจอธิบายกันได้ด้วยเหตุผลธรรมดา เพราะเป็นสิ่ง
เหนือเหตุผล ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจของบุญบารมี
หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีบุญบารมี เรื่อง
ทำนองนี้ในพุทธประวัติก็ปรากฏอยู่มากมายหลายตอน
เช่นตอนที่ประสูติ ก็มีปราโฏการณ์มหัศจรรย์บังเกิดขึ้น
หลายประการ เช่นตอนที่ยังทรงเป็นพระกุมารที่ไปร่วม
ในงานพระราชพิธีแรกนาขวัญและประทับอยู่ใต้ต้นหว้า
เพียงลำพัง ครั้งนั้นก็เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ นั้นคือ
แม้เป็นเวลาบ่ายคล้อย แต่เงาไม้หว้านั้นกลับทรงรูปทรง
ให้ร่มเงาแก่พระกุมารดุจเวลาตะวันเที่ยง หรือตอนที่
เกิดฝนโบกขรพรรษตกในที่ชุมนุมพระประยูรญาติเมื่อ
ครั้งเสด็จกรุงกบิลพัสดุ เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่าสิ่ง
ที่เหนือเหตุผล ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผลทาง
วิทยาศาสตร์ได้
สิ่งที่พบเห็นหรือสิ่งที่เกิดขึ้นบางอย่างนั้น บางที
ก็ไม่สามารถที่จะเอาหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์มา
จับได้เสมอไป อย่างเรื่องกฎแห่งกรรม หรือโรคที่เกิด
จากกรรมนั้น จะวิเคราะห์หรือหายาสมัยใหม่มารักษา
อย่างไรก็ไม่ได้ผล
ผู้ที่มีบุญบารมีมากๆ นั้น แม้จะเป็นเพียง
มนุษย์ธรรมดาๆ แต่ก็อาจทำให้มีปรากฏการณ์
อัศจรรย์บังเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นในหลวงของ
เรา ซึ่งมีบ่อยครั้งก็เห็นๆ กันอยู่ว่าแดดก่าลัง
ร้อนเปรี้ยงๆ ครั้นพอพระองค์เสด็จฯ มาถึง
ก็แดดร่มลมตกทันที อย่างนี้เป็นต้น”
กัลยาณมิตร ๓๕
ตุลาคม ๒๕®๐