ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลังจากธรรมกาย
โดยเห็นว่าเป็นของไม่มีสาระดังกล่าวข้าง
ต้น ท่านจึงข้ามพ้นสักกายทิฏฐิไปได้
ที่ท่านละวิจิกิจฉาได้ ก็ด้วยท่าน
เข้าถึงธรรมกายแล้ว ถอดกายทั้ง ๔ ซึ่ง
เป็นโลกีย์ ถอดเป็นชั้นออกไปเสียได้แล้ว
ท่านจึงหมดความกินแหนงสอดคล้องใน
พระรัตนตรัย เพราะท่านเป็นตัวพระ
รัตนตรัยเสียแล้ว
ที่ท่านละสีสัพพูดปรามาสได้นั้น ก็
เพราะเมื่อท่านเป็นตัวพระรัตนตรัยเสีย
เช่นนี้แล้ว ศีลและวัตรใดอันเป็นฝ่าย
ท่านแล้ว จึงได้ชื่อว่าท่านพ้นแล้วจาก
บทขยายความ
โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว)
ตลอดระยะเวลาประมาณ ๑๕๐๐
ปี
ที่ผ่านมา ในโลกพระพุทธศาสนาต่าง
ยกย่องว่าพระคัมภีร์วิสุทธิมัคคีและพระ
คัมภีร์วิมุตติมรรค เป็นสุดยอดแห่งคัมภีร์
ในด้านการศึกษาค้นคว้าปฏิบัติธรรม แต่
มิจฉาทิฏฐินอกพระพุทธศาสนาไม่มีใน สังฆคุณครั้งนี้
สีสัพพตปรามาส คือการยึดมั่นซึ่งศีลและ
วัตรนอกพระพุทธศาสนา
ชั้นพระสกทาคา นอกจากกิเลส ๓
อย่างดั่งที่พระโสดาละได้แล้วนั้น ยังละ
กามราคะ พยาบาทอย่างหยาบได้อีก ๒
เข้าฌานโดยอนุโลม อย่าง กามราคะได้แก่ความกำหนัดยินดี
และปฏิโลมทบไปทวน ในวัตถุกามและกิเลสกาม พยาบาทคือ
มาอย่างนี้ถึง ๓ ครั้ง
ย
แล้ว ก็จะเป็นผลให้
ทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งฌาน
ใสสะอาดบริสุทธิ์
สว่างไสวเกินกว่าจะ
ประมาณได้ว่า
พระอนาคาละกาม
การผูกใจโกรธ
ราคะพยาบาทชั้นละเอียดได้
พระอรหัตละกิเลสทั้ง ๕ ดังกล่าว
มาแล้วนั้นได้โดยสิ้นเชิงแล้ว ยังละ
สังโยชน์เบื้องบนได้อีก ๕ คือ รูปราคะ
ความกำหนัดยินดีในรูปฌาน อรูปราคะ
ความกำหนัดยินดีในอรูปฌาน มานะ
ความถือตน อุทธัจจะความฟุ้งซ่าน
สว่างเป็นอสงไขยเท่า อวิชชาความมืด ความโง่ ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน
ของดวงอาทิตย์
ในยามเที่ยง
และอนาคตของสังขาร ไม่รู้ปฏิจจ
สมุปบาทธรรมและอริยสัจจึงรวมเป็น ๑๐
ที่พระอรหัตละได้ พระอริยบุคคลทั้ง 4
ดังกล่าวมาข้างต้นนี้ได้ชื่อว่า อริยสาวก
ถึงกระนั้นพระคัมภีร์ทั้งสองเล่มนี้ ก็ยัง
อธิบายถึงการกำจัดกิเลสอย่างเป็นขั้นเป็น
ตอนได้ละเอียดไม่เท่าที่พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อวัดปากน้ำได้อธิบายไว้ในเรื่อง
พระคัมภีร์ต่างๆ ส่วนมากก็จะบอก
ตั้งแต่พระโสดาบันจนกระทั้งพระอรหันต์
สามารถละกิเลสอะไรได้บ้าง แต่ไม่เคย
อธิบายไว้เลยว่า ในการละกิเลสเหล่านั้น
จะต้องปฏิบัติอย่างไร และเมื่อปฏิบัติ
อย่างนั้นแล้วทำไมจึงสามารถทำให้กิเลส
ไว้แต่เพียงว่า พระอริยเจ้าแต่ละระดับ
ในใจของท่าน ละ-ลด-หมดไปได้ ใน
เทศนาสังฆคุณครั้งนี้ พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อได้ให้เหตุผลไว้ชัดเจนเป็นขั้น
เป็นตอนอย่างละเอียดลออ สามารถสรุป
เป็นหลักเกณฑ์ได้ว่า
๑.
ผู้ปฏิบัติจะต้องปีกเจริญภาวนา
จนกระทั่งใจหยุดนิ่งสนิท สามารถเห็น
เข้าใจ-ชำนาญในเรื่องกายในกายเป็น
อย่างตีก่อน ตั้งแต่กายมนุษย์ ง
ประกอบด้วยเลือดเนื้อของเรา จนกระทั่ง
กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม
รวมทั้งธรรมกาย ซึ่งเป็นกายแห่งการ
ตรัสรู้ธรรมเป้นอย่างดี
๒. การจะละกิเลสเป็นพระอริยเจ้า
ให้ได้นั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องเข้าถึงธรรมกาย
กัลยาณมิตร ๑๖ ตุลาคม เอส^