การเข้าฌานและธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 10 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 138

สรุปเนื้อหา

ไปในเหตุว่างของฌานที่ ๑ แล้วฌานที่ ๔ ก็จะเลือนหายไป มีฌานที่ ๔ เกิดขึ้นมา รองรับแทนที่ เรียกว่า อากาสานัญจายตน เพราะที่แท้ร่างกายนี้สัก ฌาน แปลว่า ฌานที่กำหนดเอาช่องว่างหา (ฮ แต่ว่าเป็นธาตุทั้ง คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ผสมประกอบกัน ขึ้นมาเท่านั้น ทนำซ้ำยังเป็นธาตุ ไม่บริสุทธิ์อีกด้วย ย่อมต้องเปลี่ยนแปลง แตกสลาย ไปตามกาลเวลา ที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ธรรมกายก็ประทับ นิ่งบนนั้นทั้งใสและสว่างยิ่งขึ้นอีกนับเท่า ไม่ถ้วน จากนั้นธรรมกายก็น้อมเข้าไปใน เหตุว่างของฌานที่ ๒ แล้วฌานที่ ๔ ก็ จะเลือนหายไป มีฌานที่ 5 เกิดขึ้นมา รองรับแทนที่ เรียกว่า วิญญาณัญจา ยตนฌาน แปลว่า ฌานอันกำหนดวิญญาณ หาที่สุดมิได้เป้นอารมณ์ธรรมกายก็ ประทับนั่งบนนั้น ทำให้ใสสว่างยิ่งขึ้นทั้ง ฌานทั้งกายอีกนับเท่าไม่ถ้วน b จากนั้

หัวข้อประเด็น

- การเข้าฌานและธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 ไปในเหตุว่างของฌานที่ ๑ แล้วฌานที่ ๔ ก็จะเลือนหายไป มีฌานที่ ๔ เกิดขึ้นมา รองรับแทนที่ เรียกว่า อากาสานัญจายตน เพราะที่แท้ร่างกายนี้สัก ฌาน แปลว่า ฌานที่กำหนดเอาช่องว่างหา (ฮ แต่ว่าเป็นธาตุทั้ง คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ผสมประกอบกัน ขึ้นมาเท่านั้น ทนำซ้ำยังเป็นธาตุ ไม่บริสุทธิ์อีกด้วย ย่อมต้องเปลี่ยนแปลง แตกสลาย ไปตามกาลเวลา ที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ธรรมกายก็ประทับ นิ่งบนนั้นทั้งใสและสว่างยิ่งขึ้นอีกนับเท่า ไม่ถ้วน จากนั้นธรรมกายก็น้อมเข้าไปใน เหตุว่างของฌานที่ ๒ แล้วฌานที่ ๔ ก็ จะเลือนหายไป มีฌานที่ 5 เกิดขึ้นมา รองรับแทนที่ เรียกว่า วิญญาณัญจา ยตนฌาน แปลว่า ฌานอันกำหนดวิญญาณ หาที่สุดมิได้เป้นอารมณ์ธรรมกายก็ ประทับนั่งบนนั้น ทำให้ใสสว่างยิ่งขึ้นทั้ง ฌานทั้งกายอีกนับเท่าไม่ถ้วน b จากนั้นธรรมกายก็น้อมเข้าไปใน เหตุว่างของฌานที่ ๓ แล้วฌานที่ 5 ก็จะ เลือนหายไป มีฌานที่ ๗ เกิดขึ้นมารอง รับแทนที่ เรียกว่า อากิญจัญญายตนฌาน แปลว่า ฌานอันกำหนดภาวะที่ไม่มีอะไรๆ อีกแล้วเป็นอารมณ์ ธรรมกายก็ประทับ นั่งบนนั้น ทำให้ใสสว่างยิ่งขึ้นไปอีกนับ เท่าไม่ถ้วนทั้งฌานทั้งกาย จากนั้นธรรมกายก็น้อมเข้าไปใน เหตุว่างของฌานที่ ๔ แล้วฌานที่ ๒ ก็ จะเลือนหายไป มีฌานที่ ๔ เกิดขึ้นมา รองรับแทนที่ เรียกว่า เนวสัญญานา สัญญายตนฌาน แปลว่า ฌานอันเข้าถึง ภาวะแม้มีความจำก็ไม่ใช่ ไม่มีความจำก็ ไม่ใช่ ธรรมกายก็ประทับนั่งบนนั้นทำให้ ใสสว่างยิ่งขึ้นไปอีกนับเท่าไม่ถ้วน เมื่อเข้าฌานมาได้ตามลำดับๆ ทั้ง 4 ฌานดังนี้แล้ว นอกจากธรรมกายและ ฌานที่รองรับจะใสสว่างยิ่งขึ้นมานับเท่า ไม่ถ้วน แม้กายและใจของกายในกาย ต่างๆ ตั้งแต่กายมนุษย์ กายทิพย์ กาย รูปพรหม และอรูปพรหมก็พลอยใสสว่าง ยิ่งๆ ขึ้นตามไปด้วย จึงกลายเป็นว่า การเช้าฌานก็คือการกลั่นกายและใจให้ ใสสะอาด - สว่าง ยิ่งๆ ขึ้นไปนั่นเอง และการเข้าฌานตั้งแต่ฌานที่ ๑ ถึง ๘ ไปตามลำดับเช่นนี้เรียกว่า เข้าฌานโดย อนุโลม จากนั้นธรรมกายก็เข้าฌานย้อน กลับมาหาฌานที่ ๔-๖-๕-๔-๓-๒-๑ เรียก ว่า เข้าฌานโดยปฏิโลม หลังจากธรรมกายเข้าฌานโดย อนุโลมและปฏิโลมทบไปทวนมาอย่างนี้ถึง ๗ ครั้งแล้ว ก็จะเป็นผลให้ ทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งฌาน ใสสะอาดบริสุทธิ์ สว่างไสวเกิน กว่าจะประมาณได้ว่า สว่างเป็นอสงไขย เท่าของดวงอาทิตย์ในยามเที่ยง เพราะความใสและสว่างเป็นอย่างยิ่ง นี้เอง ดาธรรมกายจึงสามารถเห็นอริยสัจ กัลยาณมิตร (๑๘ 1 ตุลาคม ๒๕๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More