พระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 10 หน้า 125
หน้าที่ 125 / 138

สรุปเนื้อหา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิจารณาดามขั้นตอนในพระไตรปิฏก เล่มต่างๆ ดู รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ จะปิ๊งไอเดียได้เป็นฉาก เป็นตอนเผลอๆ สนุกกว่าละครเป็นไหนๆ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ ปรุงแต่งให้ใจคิดไปในทางเสื่อม แต่กลับจะชี้น่า และประคองใจ ให้อยู่ในสิ่งดีงามอย่างทะนุถนอม ผมลองมาแล้วครับ !! พูดถึงค่าโฆษณา “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล" นี่ ทำ ให้ผมนึกถึงเรื่องราวของ นางสุนทรีนันทาภิกษุณีขึ้นมาทันที ผมว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากนะครับ สำหรับการอยู่ร่วม กันในสังคมหรือหมู่คณะ เล็กหน่อยก็ระดับองค์กร หรือหน่วยงาน ถ้าใหญ่หน่อยก็ระดับชาติ ระดับโลก ระดับจักรวาลกันไปเลย ถ้าท่านยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เคยอ่าน ผมจะเกริ่นๆ พอเป็น กระสายแล้วกันครับ หลวงพ่อทัตตชีโว (พระภาวนาวิริยคุณ) ท่านเคยน่า ประเด็นสำคัญของคุณธรรม เรื่องกา

หัวข้อประเด็น

- พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิจารณาดามขั้นตอนในพระไตรปิฏก เล่มต่างๆ ดู รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ จะปิ๊งไอเดียได้เป็นฉาก เป็นตอนเผลอๆ สนุกกว่าละครเป็นไหนๆ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ ปรุงแต่งให้ใจคิดไปในทางเสื่อม แต่กลับจะชี้น่า และประคองใจ ให้อยู่ในสิ่งดีงามอย่างทะนุถนอม ผมลองมาแล้วครับ !! พูดถึงค่าโฆษณา “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล" นี่ ทำ ให้ผมนึกถึงเรื่องราวของ นางสุนทรีนันทาภิกษุณีขึ้นมาทันที ผมว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากนะครับ สำหรับการอยู่ร่วม กันในสังคมหรือหมู่คณะ เล็กหน่อยก็ระดับองค์กร หรือหน่วยงาน ถ้าใหญ่หน่อยก็ระดับชาติ ระดับโลก ระดับจักรวาลกันไปเลย ถ้าท่านยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เคยอ่าน ผมจะเกริ่นๆ พอเป็น กระสายแล้วกันครับ หลวงพ่อทัตตชีโว (พระภาวนาวิริยคุณ) ท่านเคยน่า ประเด็นสำคัญของคุณธรรม เรื่องการควบคุมตัวเราไม่ให้ไป ทำพิษทำภัยแก่ตัวเองและผู้อื่น ในทำนองเดียวกันจะต้องใช้ ความรู้ความสามารถที่มี ประคับประคองกาย วาจา ใจ ให้ ท่าความดีจนถึงที่สุด ให้ได้ประโยชน์ต่อตัวเองและประโยชน์ต่อ ผู้อื่นหรือมหาชน ท่านเลือก “ภิกขุนีวิภังค์” มาขยายความชี้แนะ ให้พวกเราฟัง โดยหยิบประเด็น นางสุนทรีนันทาภิกษุณีมากระ เทาะ ให้เห็นความเป็นมาเป็นไปของทางเสื่อมและทางเจริญแก่ หมู่คณะได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งจริงๆ เรื่องก็มีอยู่ว่า.... นางสุนทรีนันทาภิกษุณีเป็นบรรพชิตสาว ทรงโฉมน่าฟัง น่าพิค เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม ขยันด้วย เรียกว่าสมบูรณ์แบบ ทุกด้านจึงเป็นที่ไว้วางใจของหมู่คณะ คัดเลือกให้ควบคุมการ ทำงานการสร้างวิหารที่นายสาฬหะหลานชายมหาอุบาสิกาวิสาขา ผู้มีตระกูลเป็นที่นับหน้าถือตาไปทั่วแคว้น มีความประสงค์จะ สร้างวิหารถวายภิกษุณีสงฆ์ไว้ใช้ประพฤติปฏิบัติธรรม ความใกล้ชิดของคนทั้งสองท่า ให้มีจิตปฏิพัทธ์กัน ปรารถนาต่อสิ่งที่ยั่วยุคือ กามารมณ์ ร่วมกัน เรียกว่า เริ่มด้วย จิตเป็นกุศลของนายสาฬหะต้องการให้สงฆ์มีที่อยู่อาศัย ประพฤติปฏิบัติธรรมได้สะดวกสบาย แต่แล้ว “กามราคะ” ที่ห่อ หุ้มใจก็ทำให้คิดในสิ่งที่ไม่ดีไม่ควร นายสาฬหะจัดภัตตาหารถวายแก่ภิกษุณีทั้งหมดด้วยกล และเล่ห์อยากพบกับนางสุนทรีนันทาอย่างใกล้ชิด แม้นางสุนทรี นันทาก็เกิดจิตฟุ้งซ่านตัดกิเลสราคะไม่ขาด ทำให้นางแสวงหา ทางเลื่อมด้วยเช่นกัน โดยจัดการให้ศิษย์ไปแจ้งแก่บุคคลอื่นว่า ตนอาพาธไม่สามารถออกมาจากที่พักอาศัยได้ ทำให้นายสาฬ หะตามไปดูถึงที่พักของนางและก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สมควรขึ้น ครั้งนั้น มีภิกษุณีรูปหนึ่งชราทุพพลภาพเท้าเจ็บ นอนอยู่ไม่ห่าง จากนางสุนทรีนันทาและเห็นนายสาฬหะเคล้าคลึงกายสุนทรี นันทาภิกษุณีผู้กำหนัด จึงเพ่งโทษติเตียนว่า ความมาบอกกล่าว แก่หมู่คณะภิกษุณี นี่คือความรับผิดชอบต่อหมู่คณะ ไม่ปล่อยเลยตามเลย เมื่อเห็นทางความเสียหายเกิดขึ้นกับหมู่คณะแล้ว เราต้องช่วย กันปกป้องและแก้ไข ความอยู่รอดของหมู่คณะอยู่ตรงความ รับผิดชอบของแต่ละคนนี่ละครับ ภิกษุณีเฒ่าได้แจ้งเหตุแก่หมู่ภิกษุณี และภิกษุณีน่า มา กล่าวแก่หมู่ภิกษุสงฆ์ และภิกษุได้ว่า กราบทูลพระสัมมา สัมพุทธเจ้า นับว่าเป็นการบริหารงาน บริหารคนอย่างเป็นขั้น เป็นตอนดีทีเดียว พระองค์ทรงติเตียนแล้วตรัสสอนบทฟิก คุณธรรมแก่ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย เอาแบบฉบับย่อไปก่อนครับ ฉบับขยายความค่อยหา อ่านจากวารสารกัลยาณมิตร ยังมีประเด็นอื่นอีกมากเชียวครับ ที่น่าสนใจ สำหรับเรื่องนี้ หากมีโอกาสผมไม่ลืมแน่ !! เห็นแล้ว ใช่ไหมครับว่าการไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล มีมาตั้งแต่ครั้ง สมัยพุทธกาลโน้นแน่ะครับ หลายคนอยากท่า เหมือนภิกษุณีเฒ่า คือเมื่อพบเจอเรื่อราวไม่ถูกไม่ควรแล้วอยากแจ้งหมู่คณะทราบ แต่ก็กล้าๆ กลัวๆ ปล่อยให้เรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นก่อนแล้ว ค่อยแก้ไขกันใหม่ ไม่รู้ว่าเข้าแก๊ป “สังคมเลวเพราะคนดีท้อแท้” รึเปล่า อย่า...ท้อนะครับ หมั่นทำความดี และชักชวนคนใน สังคมรอบข้างทำ ความดีเรื่อยไป ปราบอธรรมด้วยปัญญาให้ ดวงปัญญาขยายครอบจักรวาล กงล้อธรรมจักรจะหมุนตวัดให้ คนทำ ความดีประดุจดวงอาทิตย์ที่มีชีวิตรับรู้การทุ่มชีวีของ เหล่ากัลยาณมิตรให้น้ำตาเย็นได้ไหลรินเหมือนวันที่ 5 กันยายน แหม ไม่มีเนื้อที่ขยายความเรื่องราว แต่เหตุการณ์วันนั้นก็ ทำให้ทุกคนได้คำตอบแล้วว่า ความดีที่ทุกคนทุ่มชีวีสร้างพระ สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ถวายหลวงพ่อวัดปากน้ำ บรมครูผู้ค้น พบวิชชาธรรมกาย.... ท่านได้รับรู้การกระทำ นั้นแล้ว หากสิ่งที่ เราทำเพื่อสันติสุขโลกเป็นสิ่งดี แม้ หมื่น... แสน... ล้านคนยัง น้อยไปสำหรับการรวมกัน ๑๐ ตุลาคมนี้ หรือวันไหนๆ เราจะ ชักชวนคนใกล้ชิดดีๆ มาทุ่มชีวีกัน หรือเราจะปล่อยคนดีเหล่า นั้นลอยแพไป เพื่อเราจะยอมรับรู้อยู่เพียงลำพัง โอกาส กาลเวลา เมื่อปล่อยให้หลุดลอยไป เวลานึกถึงแล้วใจหาย หากมันสายไป ชะแล้ว จะไปตาม ใจ โอเกส เวลา คืนมาได้กระนั้นหรือ ? เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือนนะคร้าบ !!! กัลยาณมิตร ๑๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More