เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 10 หน้า 52
หน้าที่ 52 / 138

สรุปเนื้อหา

ร่วมกันถ่ายภาพเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หลวง พ่อธัมมชโย ได้แจ้งให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว นั่งลงได้ เมื่อผมนั่งลงแล้วเห็นสาธุชนที่อยู่ทางทิศ ตะวันออกซึ่งหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ยังไม่นั่งลง และค่อยๆ ลุกขึ้นยืนมาเป็นชั้นๆ พร้อมกับชี้ไปที่ดวง อาทิตย์ ผมรับหันไปมองที่ดวงอาทิตย์และความรู้สึก ตะลึงกับสิ่งที่เห็นอย่างมากเมื่อเห็นดวงอาทิตย์บนท้อง ฟ้าซึ่ง ปกติไม่สามารถมองด้วยตาเนื้อเปล่าๆ ตรงๆ เหมือน มีฟิวเตอร์ หรือช็อฟท์เลนส์ถ่ายรูปซึ่งมีขนาด เกือบเท่าดวงอาทิตย์มาวางซ้อนอยู่หน้าดวงอาทิตย์ไว้ โดยเหลือ เพียงขอบสว่างของดวงอาทิตย์เป็นเส้นรอบ วงบางๆ ไว้เท่านั้น ดวงอาทิตย์ ที่เห็นจึงมีสภาพเหมือน ดวงใสๆ สว่างเย็นตานวลๆ มีเพียงขอบเส้นรอบวง เท่านั้นที่ดูสว่าง มากกว่าที่อื่น ผมกระพริบตาหลายๆ ครั้ง เพราะก

หัวข้อประเด็น

- เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ร่วมกันถ่ายภาพเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หลวง พ่อธัมมชโย ได้แจ้งให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว นั่งลงได้ เมื่อผมนั่งลงแล้วเห็นสาธุชนที่อยู่ทางทิศ ตะวันออกซึ่งหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ยังไม่นั่งลง และค่อยๆ ลุกขึ้นยืนมาเป็นชั้นๆ พร้อมกับชี้ไปที่ดวง อาทิตย์ ผมรับหันไปมองที่ดวงอาทิตย์และความรู้สึก ตะลึงกับสิ่งที่เห็นอย่างมากเมื่อเห็นดวงอาทิตย์บนท้อง ฟ้าซึ่ง ปกติไม่สามารถมองด้วยตาเนื้อเปล่าๆ ตรงๆ เหมือน มีฟิวเตอร์ หรือช็อฟท์เลนส์ถ่ายรูปซึ่งมีขนาด เกือบเท่าดวงอาทิตย์มาวางซ้อนอยู่หน้าดวงอาทิตย์ไว้ โดยเหลือ เพียงขอบสว่างของดวงอาทิตย์เป็นเส้นรอบ วงบางๆ ไว้เท่านั้น ดวงอาทิตย์ ที่เห็นจึงมีสภาพเหมือน ดวงใสๆ สว่างเย็นตานวลๆ มีเพียงขอบเส้นรอบวง เท่านั้นที่ดูสว่าง มากกว่าที่อื่น ผมกระพริบตาหลายๆ ครั้ง เพราะกลัวว่าจะคิดไปเอง แต่ที่ขอบสว่างของ ดวงอาทิตย์ในขณะนั้นกำลังเปล่งแสงสว่างวูบๆ ออก มาเหมือนมีคนเปิด 01๓๓ธร (สวิตซ์ไฟที่สามารถหรี่ ไฟให้สว่างมากหรือน้อยได้) สว่างวูบๆ ตลอดเวลา แสงที่เปล่งออกมานั้นเปลี่ยนระยะ เปลี่ยนจากแสงสีขาว เป็นแสงสีชมพู แสงสีทอง สลับไปสลับมา ผมขนลุก ซูและรู้สึกปีติใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกตัวเบาฟอง ขยายไปหมด พยายามห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา แต่ยิ่งห้ามน้ำตายิ่งไหลมากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ผมรู้สึกมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก เมื่อผมมอง ไปที่เจดีย์และพระสงฆ์ที่นั่งอยู่รอบเจดีย์นั้น ก็เปลี่ยน เป็นสีชมพู ม่วงคราม และสีทองตามแสงของดวง อาทิตย์ไปด้วย เมื่อมองไปที่คนในบริเวณนั้น แทบทุกคนร้องไห้ ออกมา เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดติดต่อกันเป็นเวลานานเกือบครึ่ง ชั่วโมงและทำให้ความสงสัยทั้งหมดที่ผมมีเมื่อได้ยินเหตุการณ์ของ อาทิตย์ที่แล้วหมดไป และยิ่งตอกย้ำและ สร้างความมั่นใจใน หนทางการสร้างบารมีที่ผ่านๆ มาเป็นอย่างดี เมื่อผมนำเหตุการณ์ทั้งหมดมาเล่าให้หลายๆ คนฟัง มี ทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อ บางคนถามผมว่าเหมือนพระอาทิตย์ทรง กลดมั้ย ไม่ใช่เลยครับ บางคนถามผมว่าเป็นไปได้มั้ยว่าถูก สะกดจิตหมู่ ผมตอบว่าถ้ามีคนมีความสามารถมากขนาดที่จะ สะกดจิตให้คนเป็นหมื่นๆ คนเห็นดวงอาทิตย์เป็นเช่นนั้นได้ เมื่อมองไปได้ระยะหนึ่ง หรือหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ร่างกายหรือดวงตาของคนเหล่านั้นต้องมีปฏิกิริยาหรือผลข้างเคียง คงจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ตาอย่างแน่นอน ผมเช้า ใจความรู้สึกของคนที่ไม่เชื่อดี เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยรู้สึกเช่น นั้น แต่ยังมีคนจำนวนหมื่นกว่าสองหมื่นคนในบริเวณนั้น ต่างเป็นพยานในเหตุการณ์เป็นอย่างดี ไม่มีคำพูดใดหรือคำ อธิบายใดๆ สามารถบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีเท่ากับการ ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้อยู่ ร่วมในเหตุการณ์วันนั้น อยากให้ทุกคนในโลกได้มีโอกาสเห็น เหตุการณ์เช่นนี้ จะทำให้คนเหล่านั้นหันมาเชื่อในบุญ เชื่อใน เรื่องกฎแห่งกรรม ผมอยากเห็นเจดีย์สร้างเสร็จเร็วๆ อยาก เห็นคนจำนวนนับล้านคนมานั่งสมาธิรอบเจดีย์ และแผ่กระแส ใจแห่งความเมตตาและความสงบออกไป ให้โลกนี้มีแต่คนดีและ สันติสุขที่แท้จริง ตามหาเหตุผลประสาชนชาวพุทธ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสให้หลักไว้ในกาลามสูตร ดุจ จะวางรากฐานลงในจิตใจของชาวพุทธทั้งปวง ให้เป็นผู้เชื่อใน เรื่องของเหตุผลที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเองเท่านั้น หากจะ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือน่านฟ้า วัดพระธรรมกาย ในวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมานี้ จำเป็นต้อง กล่าวว่าเป็นเหตุการณ์ที่อัศจรรย์เกินกว่าจะอรรถาธิบายให้ทุก ฝ่ายเข้าใจได้ชัดๆ ว่า เกิดขึ้นจากอะไร เพราะเป็นเหตุการณ์ เหนือความนึกคิดของปุถุชนทั้งหลายนั่นเอง เรื่องที่จะเขียนถึง กัลยาณมิตร ๔๔ ตุลาคม ๒๕๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More