มุจจลินทสูตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 10 หน้า 106
หน้าที่ 106 / 138

สรุปเนื้อหา

มุจจลินทสูตร ตั้งแต่สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ในสัปดาห์ที่ 5 นับตั้งแต่พระสัมมา ใหม่ๆ แล้ว นอกจากนี้สมัยเมื่อพระองค์ สัมพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ประทับอยู่ที่ ยังบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็ ควงไม้มุจจลินท์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา โดยประทับนั่งเสวยวิมุตติ สุขด้วยบัลลังก์เดียวตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ 5 นั้น ฝนตกพรำตลอด ๗ วัน เพราะอกาลเมฆใหญ่เกิดขึ้นแล้ว พญานาคตนหนึ่งชื่อ "พญามุจลินห์นาคราช” จึงออกจากที่อยู่ของตนมาวงรอบพระ กายของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยขนดหาง ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่เบื้องบนพระเศียร ด้วยตั้งใจว่าความหนาวอย่าได้เบียดเบียน พระผู้มีพระภาคเจ้า ความร้อนอย่าได้ เบียดเบียนพระผู้มีพระภาคเจ้า สัมผัส แห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์ ทรงเคยเสวยพระชาติเป็นพญานาคมาแล้ว เช่น เป็นภ

หัวข้อประเด็น

- มุจจลินทสูตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มุจจลินทสูตร ตั้งแต่สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ในสัปดาห์ที่ 5 นับตั้งแต่พระสัมมา ใหม่ๆ แล้ว นอกจากนี้สมัยเมื่อพระองค์ สัมพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ประทับอยู่ที่ ยังบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็ ควงไม้มุจจลินท์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา โดยประทับนั่งเสวยวิมุตติ สุขด้วยบัลลังก์เดียวตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ 5 นั้น ฝนตกพรำตลอด ๗ วัน เพราะอกาลเมฆใหญ่เกิดขึ้นแล้ว พญานาคตนหนึ่งชื่อ "พญามุจลินห์นาคราช” จึงออกจากที่อยู่ของตนมาวงรอบพระ กายของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยขนดหาง ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่เบื้องบนพระเศียร ด้วยตั้งใจว่าความหนาวอย่าได้เบียดเบียน พระผู้มีพระภาคเจ้า ความร้อนอย่าได้ เบียดเบียนพระผู้มีพระภาคเจ้า สัมผัส แห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์ ทรงเคยเสวยพระชาติเป็นพญานาคมาแล้ว เช่น เป็นภูริทัตตนาคราช จัมเปยยนาคราช และสังขปาลนาคราช เป็นต้น เสด็จนาคภิภพ ครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จผ่านไปบริเวณแม่น้ำนัมมทา นัม มทานาคราชถวายการต้อนรับทูลเสด็จ เข้าสู่ภพนาค พญานาคราชได้กระทำ สักการะพระรัตนตรัยแล้ว พระบรม คาสดาทรงแสดงธรรมแล้วก็จะเสด็จออก จากนาคพิภพ นาคราชกราบทูลขอว่า “ขอพระองค์ได้โปรดประทานสิ่งที่บำเรอ เลื้อยคลานอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระ วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี ภาคเจ้าเลย มีธรรมอันสดับแล้ว พอล่วงสัปดาห์นั้นไป พระผู้มีพระ ภาคเจ้าเสด็จออกจากสมาธิ พญามุจจลินท์ พิจารณาเห็นอยู่ ความ นาคราชทราบว่า อากาศโปร่งปราศจาก ไม่เบียดเบียนคือความ เมฆแล้ว จึงคลายขนดหางจากพระกาย สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้า เนรมิตเพศของตน เป้นสุขในโลก ความ เป็นผู้มีราคะไปปราศ แล้วคือ ความก้าวล่วง เป็นมานพน้อย ยืนประนมอัญชลี พระพุทธองค์อยู่ ลำดับนั้นพระทศพลทรงเปล่ง อุทานว่า “วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี มีธรรม ซึ่งกามทั้งหลายเสียได้ อันสดับแล้ว พิจารณาเห็นอยู่ ความไม่ เป็นสุขในโลก ความน่า ออก งอัสมิมานะเสีย เบียดเบียนคือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป้นสุขในโลก ความเป้นผู้มีราคะไปปราศ แล้วคือ ความก้าวล่วงซึ่งกามทั้งหลาย ได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง เสียได้เป็นสุขในโลก ความออกซึ่ง อัสมิมานะเสียได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง” จะเห็นได้ว่าพญานาคได้มีบทบาท แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า" พระพุทธองค์จึงทรงแสดงบทเจดีย์ รอยพระบาทไว้ที่ฝั่งแม่น้ำนัมมทา รอย พระบาทนี้เมื่อคลื่นซัดมาก็ถูกปัด เมื่อคลื่น เลยไปแล้วก็ถูกเปิด นาคสมบติ สมบัติของพญานาคนั้นมีมากมาย มหาศาล อย่างในอรรถกถา “วัมมิกสูตร” ได้กล่าวไว้ว่า “ขึ้นชื่อว่าทรัพย์ที่พญานาค ปกครองกิน ๗ ชั่วตระกูลก็ไม่หมด” ในอรรกถา “มหากัจจานภัทเทก รัตดสูตร” กล่าวว่า “ภายในเวภารบรรพต มีภพนาคประมาณ ๕๐๐ โยชน์ของนาค ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหลาย เป็นเช่นกับ เทวโลก ถึงพร้อมด้วยพื้นอันสำเร็จด้วย แก้วมณี และสวนอันเป็นที่รื่นรมย์ ทั้งหลายในสถานที่เป็นที่เล่นของนาค กัลยาณมิตร ๔๘ ตุลาคม ๒๕๐๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More