การบูชาพระและความศักดิ์สิทธิ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 12 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 134

สรุปเนื้อหา

ธุระไม่เอาใส่ ไม่อยู่ด้วยก็ได้หายไปเสีย หายไปไม่อยู่ ด้วยหายไปเลย ถ้าว่าอ้อนวอนหนักเข้าปฏิบัติบูชาหนัก เข้าอาราธนาหนักเข้า กลับมาอยู่ด้วยอีก นี่ก็แปลก หลายคนต่อหลายคนเรื่องนี้ มีหมอโสภณเดิมบวชเป็น พระครูราชวรวิหาร อยู่วัดเบญจมบพิตร กออกมาเป้น หมออยู่ พอได้ของขวัญไปก็ศักดิ์สิทธิ์ดี ใช้ๆ ไปอย่างไร ไปพลั้งเผลออย่างไรหายไปเสีย ไม่มีแล้ว มาบอกฉันเอง แล้วก็อาราธนาเขาชิ อาราธนาเช้าให้ถูกส่วนเถิด สมัคร รักใครในท่านอ้อนวอนท่านเข้า ท่านก็จะกลับอีก เขาไปทำตาม ปีนี้แหละไปฉันที่บ้านเขา เขาก็ เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า หลวงพ่อ พระของกระผมทั้งพวงคอ มา อยู่ที่ที่บูชานี้ ผมได้แล้วขอรับ กลับมาแล้ว นี่หมอโสภณ บัดนี้เราจะได้ของ ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะได้ไปรักษาชีวิต ของเรา จะให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ใน ชาตินี้ จะเป็นบุญสิริของ

หัวข้อประเด็น

- การบูชาพระและความศักดิ์สิทธิ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธุระไม่เอาใส่ ไม่อยู่ด้วยก็ได้หายไปเสีย หายไปไม่อยู่ ด้วยหายไปเลย ถ้าว่าอ้อนวอนหนักเข้าปฏิบัติบูชาหนัก เข้าอาราธนาหนักเข้า กลับมาอยู่ด้วยอีก นี่ก็แปลก หลายคนต่อหลายคนเรื่องนี้ มีหมอโสภณเดิมบวชเป็น พระครูราชวรวิหาร อยู่วัดเบญจมบพิตร กออกมาเป้น หมออยู่ พอได้ของขวัญไปก็ศักดิ์สิทธิ์ดี ใช้ๆ ไปอย่างไร ไปพลั้งเผลออย่างไรหายไปเสีย ไม่มีแล้ว มาบอกฉันเอง แล้วก็อาราธนาเขาชิ อาราธนาเช้าให้ถูกส่วนเถิด สมัคร รักใครในท่านอ้อนวอนท่านเข้า ท่านก็จะกลับอีก เขาไปทำตาม ปีนี้แหละไปฉันที่บ้านเขา เขาก็ เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า หลวงพ่อ พระของกระผมทั้งพวงคอ มา อยู่ที่ที่บูชานี้ ผมได้แล้วขอรับ กลับมาแล้ว นี่หมอโสภณ บัดนี้เราจะได้ของ ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะได้ไปรักษาชีวิต ของเรา จะให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ใน ชาตินี้ จะเป็นบุญสิริของเรา อย่างสําคัญในชาตินี้ ไปบูชาให้ ได้ตามสั่งตามบอกอย่าให้ เคลื่อนคลาดได้ บทขยายความ เมื่อเราอ่านคําอธิบาย เรื่องพระของขวัญของหลวงพ่อ วัดปากน้ำ ที่ท่านพูดเอาไว้ ปัจจุบันมักนิยมเรียกกันว่า “พระเครื่อง” นั้น หลังจาก ที่ทำการปั้นพระ แกะสลักพระ จนกระทั่งหล่อพระเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ผู้ที่สร้างพระก็มักจะนิยมประกอบพิธี ปลุกเสก ลงเลข ลงยันต์ ลงคาถาอาคม สุดแล้วแต่จะ สรรหาวิธีมาท่าความขลัง ในปัจจุบันจึงกลายเป็นว่า มนุษย์ ธรรมดาเป็นผู้สร้างพระเสียเอง แล้วความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิด ขึ้น ก็เป็นเพราะอำนาจคาถาอาคมที่มนุษย์ปลุกเสกลงไป บางที่หนักข้อขึ้นไปกว่านั้นอีก พอปั้นพระเสร็จ "การปลุกพระ" นัน จะพบว่า คำว่า "พระ" หมายถึง พระพุทธเจ้า ส่วนคำว่า "ปลุก" แปลว่า ทําให้ตื่นจากหลับ เพราะฉะนั้น “ปลุกพระ" ก็หมายถึงทําให้พระพุทธเจ้า ตื่นขึ้นมาจากหลับ ซึ่งตามความเป้นจริง พระพุทธเจ้านั้นพระองค์ ทรงตื่นอยู่แล้ว ทรงตื่นจาก กิเลสอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องให้ มนุษย์คนไหนมาปลุก แกะสลักพระเสร็จ จนกระทั่ง หล่อพระเสร็จ ก็ประกอบพิธี ปลุกพระ ทำพิธีเบิกพระเนตรพระ เพื่อปลุกความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาบ้าง เพื่อไปช่วยเบิกพระเนตรให้พระ ท่านลืมดามาพิจารณาโปรด สัตวโลกบ้าง แล้วแต่จะอ้างเหตุ อ้างผล ก็ต้องบอกว่า ถ้าหาก เราพิจารณาตริตรองให้ลึกซึ้งถึง “การปลุกพระ” นั้น จะพบว่า คำ ว่า “พระ” หมายถึง พระพุทธเจ้า ส่วนคำว่า “ปลุก” แปลว่า ทำให้ตื่นจากหลับ เพราะฉะนั้น “ปลุกพระ” ก็หมายถึงทำให้ พระพุทธเจ้าตื่นขึ้นมาจากหลับ ซึ่ง ตาม ความเป็นจริง พระพุทธเจ้านั้นพระองค์ทรงตื่น อยู่แล้ว ทรงตื่นจากกิเลสอยู่ ตลอดเวลา ไม่ต้องให้มนุษย์คน ชัดเจนว่า "ผู้พูดนี้เอง เป็นผู้ ไหนมาปลุก เพราะพระพุทธ อาราธนาพระพุทธเจ้าในนิพพานมีธรรมกายมากด้วยกัน ได้ไปอาราธนาพระพุทธเจ้ามานับพระนิพพานไม่ถ้วน นับอสงไขยก็ไม่ถ้วน มาผลิตของขวัญนี้ให้ปรากฏขึ้นให้ แก่มนุษย์” ต้องย้าว่าตอนนี้เป็นตอนที่สําคัญมาก เพราะว่า องค์ทรงพ้นแล้วจากกิเลสตลอดเวลา ตัณหาที่เคยบังคับ ให้พระองค์หลับไหลอยู่ใน ราคะ โทสะ โมหะ มาเป็น เวลายาวนานนั้น พระองค์ได้ปราบจนหมดสิ้นเชื้อไม่ เหลือเศษ กิเลสทั้งน้อยใหญ่ทั้งหยาบและละเอียดหมด ฤทธิ์หมดเดชอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถย้อนคืนกลับมา โดยทั่วไปเวลาพระไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กที่ใน ทำให้พระองค์ตกอยู่ในความหลับไหลในราคะ โทสะ กัลยาณมิตร ๒๐ ธันวาคม ๒๕®®
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More