ประวัติศาสตร์ของอุบาสกในสมัยพุทธกาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 12 หน้า 38
หน้าที่ 38 / 134

สรุปเนื้อหา

เจ้า ก่อนที่จะทิ้งเกิดพระสงฆ์ขึ้น ต่อมาหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์ โปรดปัญจวัคคีย์ นับเป็นพระสงฆ์ชุดแรกในพระพุทธ ศาสนาในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ก็ได้บังเกิดอุบาสกท่านแรก ผู้ประกาศขอถึงพระรัตนตรัย ครบทั้งองค์ เป็นที่พึ่ง ครั้งนั้นบิดาของยสกุลบุตร ทราบว่าบุตรชายของตนหาย ไปจากเรือน จึงได้ออกติดตามหา จนกระทั่งมาถึงที่ลาน หน้าพระคันธกุฎี เหลือบเห็นรองเท้าของลูกชายก็ดีใจ จึงเข้าไปเสาพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง แสดงธรรมโปรดท่านเศรษฐี เมื่อจบพระธรรมเทศนา แล้วบิดาของยสกุลบุตรได้ธรรมจักษุ เป็นพระโสดาบัน สิ้นความสงสัยในพระศาสนา ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้าใน ธรรม ได้กราบทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แล้ว ปฏิญาณตนเป็นอุบาสก ถือเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ตลอดชีวิต ส่วนยสกุลบุตร บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ และอ

หัวข้อประเด็น

- ประวัติศาสตร์ของอุบาสกในสมัยพุทธกาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เจ้า ก่อนที่จะทิ้งเกิดพระสงฆ์ขึ้น ๓ ต่อมาหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์ โปรดปัญจวัคคีย์ นับเป็นพระสงฆ์ชุดแรกในพระพุทธ ศาสนาในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ก็ได้บังเกิดอุบาสกท่านแรก ผู้ประกาศขอถึงพระรัตนตรัย ครบทั้งองค์ เป็นที่พึ่ง ครั้งนั้นบิดาของยสกุลบุตร ทราบว่าบุตรชายของตนหาย ไปจากเรือน จึงได้ออกติดตามหา จนกระทั่งมาถึงที่ลาน หน้าพระคันธกุฎี เหลือบเห็นรองเท้าของลูกชายก็ดีใจ จึงเข้าไปเสาพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง แสดงธรรมโปรดท่านเศรษฐี เมื่อจบพระธรรมเทศนา แล้วบิดาของยสกุลบุตรได้ธรรมจักษุ เป็นพระโสดาบัน สิ้นความสงสัยในพระศาสนา ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้าใน ธรรม ได้กราบทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แล้ว ปฏิญาณตนเป็นอุบาสก ถือเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ตลอดชีวิต ส่วนยสกุลบุตร บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ และออกบวชในเวลาต่อมา มหาอุบาสก หากจะกล่าวถึงอุบาสกในสมัยพุทธกาลแล้ว ไม่ อาจจะละเว้นที่จะกล่าวถึง มหาอุบาสกท่านหนึ่ง ผู้ที่ได้ รับการประกาศยกย่องจากพระบรมศาสดา ว่าเป็นสาวก ผู้เลิศในการถวายทาน ฝ่ายอุบาสก นั่นก็คือ มหาอุบาสก อนาถบิณฑิกเศรษฐี ชาวเมืองสาวัตถี ซึ่งท่านมีชื่อแต่ เดิมว่า สุทัตตเศรษฐี ส่วนสมญานามว่า อนาถบิณฑิก เศรษฐีนั้น มหาชนพร้อมใจกันเรียกเช่นนั้น โดยมี ความหมายว่า “เศรษฐี ผู้มีก้อนข้าวเพื่อคนยากไร้” เพื่อ เป็นการเชิดชูเกียรติคุณ และแสดงความระลึกถึงคุณงาม ความดีของท่าน ครั้งที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐียังมิได้พบพระ สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีอยู่คราวหนึ่ง ท่านได้เดินทาง จากเมืองสาวัตถี ไปเยี่ยมเพื่อนรักที่กรุงราชคฤห์ เมื่อ ไปถึงก็รู้สึกแปลกใจมาก ที่เพื่อนของท่านมัวแต่วุ่นวาย สั่งทำกิจการต่างๆ มิได้หยุด ผิดกับครั้งก่อนๆ ที่ท่านจะ ต้องได้รับการต้อนรับดูแลอย่างดี โดยเพื่อนของท่านจะ วางมือจากงานทุกอย่างเพื่อมาต้อนรับท่านก่อนเลยทีเดียว ครั้งนัน ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเกิดความสงสัย เป็นอันมาก จึงได้ถามเพื่อนของท่านอย่างตรงไปตรงมา ก็ได้รับคำตอบว่า เพื่อนของท่านกำลังเตรียมการ ต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเสด็จมาพร้อมหมู่ สงฆ์ตามที่เพื่อนของท่านได้กราบทูลอาราธนาไว้ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ครั้นได้ทราบว่า พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้ว ก็บังเกิดความปีติใจมาก ในคืนนั้น ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เฝ้ารอเวลารุ่งเช้า เพื่อจะได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อยังไม่หันรุ่งสาง ท่านไม่อาจทนต่อความรู้สึกที่อยากจะเข้าเสาพระพุทธ องค์ได้อีกต่อไป จึงได้ลุกเดินออกไปนอกประตูเมือง ซึ่ง เปิดออกด้วยฤทธิ์ของเทวดา ผู้ต้องการมี ส่วนในบุญกุศล ของการบังเกิดขึ้นของ มหาอุบาสกท่านนี้ ครั้นท่านเดินผ่านประตู เมืองออกไป ความมืดมิดของราตรีกาล ประจวบกับหนทางเดินที่ต้องผ่านป่า ทำให้ท่านเศรษฐีเกิดความหวาดกลัว ต่อมรณภัย คิดจะถอยหลังกลับถึงสามครั้ง พลันท่านก็ได้ยินเสียงหนึ่ง ซึ่งเป็นเสียง ของสีวกยักษ์ดังขึ้นเตือนว่า “ช้าง ๑ แสน ม้า ๑ แสน รถอัศดร ๑ กัลยาณมิตร ๓๔ ธันวาคม ๒๙๙๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More