ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราชบริพารของพระองค์ ก็ได้บวชตามด้วย
พระราชาเจ็ดพระองค์ทรงออกผนวช
ตามพระโพธิสัตว์ กุฏิที่เหล่าดาบสได้ปลูก
อาศัยบ่าเพ็ญสมณะธรรมได้กินพื้นที่ยาว
ไปถึง ๑๑๒ กิโลเมตร พระมหาบุรุษอยู่
ประพฤติพรหมจรรย์ สุดท้ายเมื่อเสียชีวิต
แล้วก็ไปเกิดเป็นพรหม
เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องอดีตชาติ
ของพระโพธิสัตว์ผู้ที่สุดท้ายได้มาเป็นพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา ซึ่ง
การสร้างธรรมกายเจดีย์ของเรา
พระองค์ได้น่ามาเป็นอุทาหรณ์ในการ ทั้งหลาย ได้นำพาเพื่อนมนุษย์ในยุคนั้น
ดำเนินชีวิตของบริษัทสี่ในสมัยนั้น “ชิดัง เม บวชสร้างบารมีเป็นจำนวนมาก
เราชนะแล้ว" ค่าพูดประโยคนี้เป็นค่าพูด
ประโยคอมตะที่ใครได้เปล่งออกจากปาก ก็เช่นเดียวกัน ย่อมต้องการผู้ที่มีจิตใจ
จากใจของตนเองแล้วจะไม่มีคำว่าผิดหวัง กล้าแกร่งไม่ยอมแพ้ต่อกิเลสของตนเอง
เพราะเราได้มีตัวอย่างแห่งบุคคลผู้ต่อสู้กับ ถึงแม้จะอยู่ในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ตาม
ศัตรูที่แท้จริง และก็ได้ชัยชนะที่แท้จริง เพราะถ้าเราสร้างธรรมกายเจดีย์เสร็จเร็ว
คือสู้กับกิเลสภายในตน เวลาของชีวิตมีไม่ เห่าไหร่ นั้นก็หมายถึงว่าเราได้ชนะใจ
มากสำหรับการต่อสู้กับศัตรูจอมปลอม ตนเองแล้ว จากนั้นเราจะชนะใจชาวโลก
เมื่อสุดท้ายก็ได้ชัยชนะจอมปลอมมาเชยชม โดย นำพาเขาเหล่านั้นมาประพฤติ
บางคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แม้ตราบลม ปฏิบัติธรรม น่าพาสันติสุขอันเป็นชัยชนะ
หายใจเฮือกสุดท้ายก็หาได้รู้จักชัยชนะ ที่แท้จริงสู่โลกในที่สุด
ที่แท้จริงของชีวิตไม่
พวกเราชาวพุทธนับว่าเป็นผู้ที่
โชคดีกว่าประชากรโลกหลายพันล้านคน
เพียงแต่ลองถามตัวเองดูสิว่า เราได้ทำ
โอกาสของความโชคดีของเราให้คุ้มค่าสม
กับความโชคดีนั้นมากน้อยแค่ไหน มอง
อุปสรรคเป็นทางเดินไปสู่ความสำเร็จ
อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค อย่ายอมแพ้ต่อ
ปัญหา เพราะตราบใดที่เราชนะใจตนเองได้
ตราบนั้นไม่มีอะไรที่ใจจะไม่สามารถ
เอาชนะได้ ดังกุททาลบัณฑิตที่เอาชนะใจ
ตนเองได้ จึงสามารถเอาชนะใจพระราชา
*
ขอมูลเฉพาะ
* ชิตัง เม มาจากคำในภาษาบาลีสอง
ศัพท์ คือค่าว่า ชิดัง กับ เม
* ชิดัง แปลว่า ชนะแล้ว ส่วนคำว่า
เม แปลว่า เรา
66
มองอุปสรรคเป็นทาง
เดินไปสู่ความสําเร็จ
อย่ายอมแพ้ต่อ
อุปสรรค อย่ายอมแพ้
ต่อปัญหา
เพราะตราบใดที่เรา
ชนะใจตนเองได้
ตราบนั้นไม่มีอะไรที่
ใจจะไม่สามารถ
เอาชนะได้
กัลยาณมิตร ๗๕ ธันวาคม ๒๕๐๑