ข้อความต้นฉบับในหน้า
- นื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษา วันเสาร์ที่ ๑๒ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๔๓ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต ในวันศุกร์ที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
เวลา ๑๗.๒๐ น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะ
บุคคลต่างๆ รวม ๔๑๙ คณะ จำนวน ๑๖,๙๖๓ คน เฝ้าฯ
ถวายพระพรชัยมงคล
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มี
พระราชดำรัสตอบขอบคุณผู้แทนคณะบุคคลต่างๆ ที่
เฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื้อความในพระราชดำรัส
สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อ
ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะความห่วงใยที่ทรงมี
ต่อแผ่นดิน ต่อศีลธรรมอันดีของ
คนในชาติ เนื่องจากปัจจุบันนี้
หลักสูตรการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง
และศีลธรรม วิชาประวัติศาสตร์
ชาติไทย ไม่มีบรรจุอยู่ในหลักสูตร
ของการศึกษาของชาติอีกต่อไปซึ่ง
เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เพราะหากไม่มีการเพาะปลูกฝัง
ศีลธรรมลงในจิตใจเยาวชน ปล่อย
ให้เขามีวิชาการเทคโนโลยีสมัยใหม่
ไปประกอบอาชีพการงานเพียง
ประการเดียว จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ
อันตรายส่งผลร้ายต่อบ้านเมือง
...ข้าพเจ้านึกถึงองค์พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว เมื่อก่อนทรงสอนข้าพเจ้าเสมอว่า
เมืองไทยเป็นแผ่นดินสบาย และดีทุกอย่าง การฟื้นฟู
การช่วยเหลือประเทศนี้ก็ไม่ยาก อย่างภัยธรรมชาติ
เรานี้มีน้อยมาก ไม่ร้ายแรงเหมือนบางประเทศ ตอน
ท่านประธานาธิบดีญวนมาเยี่ยมเมืองไทย ท่านก็เล่า
ถึงว่ามีบางคนชอบพูดว่าอีกหน่อยญวนจะแย่งตลาด
ของไทยในการผลิตข้าว ท่านประธานาธิบดีกราบ
บังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าไม่
เป็นความจริงเลย ญวนไม่มีทางทำได้อย่างนั้น ปลูก
ข้าวพอกินพอใช้ก็เป็นความฝันที่สูงสุดแล้ว เพราะ
ญวนประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพายุ ภัยธรรมชาติต่างๆ
พอข้าวจะสุก ภัยธรรมชาติต่างๆ ก็มา บางทีก็นาลุ่ม
ล่มเกือบหมด ปีไหนที่ดีพอกิน
พอใช้ก็ดีถมไปแล้ว ที่จะไปปลูก
เขาบอกว่า คนไทยนี้มี
ดอกเตอร์เยอะเหลือเกิน
แต่ตัดป่ากันจริงๆ เลย
ตัดป่าจนกระทั่งน่ากลัวว่า
น้ำใต้ดินจะแห้งหมด
แล้วฝนฟ้าก็จะหายไป
หมด ไม่ตกต้องตาม
ฤดูกาล เพราะว่าไม่มี
ตามมามากมาย ในที่สุดก็จะเป็น ความชุ่มชื้นพอในอากาศ
ประเทศชาติจะขาดความมั่นคงและความยั่งยืน ในเมื่อ
เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ไม่รู้ซึ้งถึงประวัติศาสตร์
การต่อสู้เสียสละของบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อที่
จะรักษาแผ่นดินเอาไว้ เพราะขาดการปลูกฝังความรัก
ความหวงแหนแผ่นดินมาตุภูมิ
ดังขออัญเชิญความบางตอนในพระราชดำรัสมา
ข้าวแล้วก็แย่งตลาดของเมืองไทย
ออกจะเป็นความหวังที่ห่างไกล
เหลือเกิน ท่านพูดถึงพายุต่างๆ ที่
ดาหน้าเข้าไปทำลายไร่นาของชาว
เวียดนาม แล้วพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ก็รับสั่งกับข้าพเจ้าว่า
ท่านพูดจริงทุกอย่าง เพราะทาง
ญวนนี้ได้รับภัยธรรมชาติรุนแรง
กว่าไทยมากเลย มากมายก่ายกอง
ประเทศไทยเราดีทุกอย่าง
แต่ว่าข้าราชการชาวลาว
ข้าราชการชั้นสูงบอกกับข้าพเจ้าว่า
ณ
โอกาสนี้
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๓