ปาฏิหาริย์ในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 9 หน้า 22
หน้าที่ 22 / 108

สรุปเนื้อหา

นาปาฏิหาริย์ และ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ แน่นอนอย่างหลังประเสริฐที่สุด แต่ก็ต้อง ใช้เกื้อกูลกันไปตามแต่จริตและอัธยาศัย ของผู้รับ ถ้า “อิทธิปาฏิหาริย์” ไม่ดี พระพุทธองค์คงไม่ตรัสถึงเป็นแน่ เพียงแต่ ต้องใช้ให้ถูกกาลและบุคคลเท่านั้น และแม้ที่สุดปาฏิหาริย์ที่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกระทำในแต่ละครั้ง ซึ่งต่างกรรมต่างวาระกันนั้น ก็เป็นเรื่อง อย่างมีหลักการของผู้มีปัญญา ซึ่งเป็น ปัญญาในระดับ “ภาวนามยปัญญา” เท่านั้น คือ ต้องทำสมาธิเจริญภาวนาสัมผัสด้วยใจที่ ละเอียดอ่อน ใสสะอาดบริสุทธิ์ หลุดร่อน จากเครื่องร้อยรัดทางสังคมและอวิชชาที่ ครอบงำใจให้มืดบอด ด้วยหนทางนี้ทางเดียวที่จะพิสูจน์ สัจจะอันประเสริฐที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ทรงค้นพบเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว ไม่มีทางอื่นใดเลยที่จะเข้าใจธรรมะหรือธรรมชาติ แห

หัวข้อประเด็น

- ปาฏิหาริย์ในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นาปาฏิหาริย์ และ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ แน่นอนอย่างหลังประเสริฐที่สุด แต่ก็ต้อง ใช้เกื้อกูลกันไปตามแต่จริตและอัธยาศัย ของผู้รับ ถ้า “อิทธิปาฏิหาริย์” ไม่ดี พระพุทธองค์คงไม่ตรัสถึงเป็นแน่ เพียงแต่ ต้องใช้ให้ถูกกาลและบุคคลเท่านั้น และแม้ที่สุดปาฏิหาริย์ที่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกระทำในแต่ละครั้ง ซึ่งต่างกรรมต่างวาระกันนั้น ก็เป็นเรื่อง อย่างมีหลักการของผู้มีปัญญา ซึ่งเป็น ปัญญาในระดับ “ภาวนามยปัญญา” เท่านั้น คือ ต้องทำสมาธิเจริญภาวนาสัมผัสด้วยใจที่ ละเอียดอ่อน ใสสะอาดบริสุทธิ์ หลุดร่อน จากเครื่องร้อยรัดทางสังคมและอวิชชาที่ ครอบงำใจให้มืดบอด ด้วยหนทางนี้ทางเดียวที่จะพิสูจน์ สัจจะอันประเสริฐที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ทรงค้นพบเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว ไม่มีทางอื่นใดเลยที่จะเข้าใจธรรมะหรือธรรมชาติ แห่งวัฏฏสงสารนี้ได้ลึกซึ้งเท่ากับการเจริญสมาธิภาวนา การดันเอาวิเคราะห์ตามตรรกะที่มีพื้นฐานมาจาก ตำรับตำราหรือคัมภีร์ต่าง ๆ แล้วใช้มันสมองอันเปี่ยมไป ด้วยจินตนาการอันเลิศที่ประกอบขึ้นจากหลักทฤษฎีทางจิต ศาสตร์และชีววิทยาขั้นสูง..... ย่อมไม่สามารถเข้าใจ เข้าถึง และซาบซึ้งถึงคำว่า “พุทธะ” ตามนัยที่แท้จริงได้ อันว่า “คุณวิเศษ” ที่เกิดขึ้นจากพลังสมาธิของผู้ที่ ประพฤติธรรมจนเกิดอภิญญาจิตนั้นมีอยู่ การกำหนด บทบาทและวางท่าทีในการทำความเข้าใจนั้นสำคัญยิ่ง ซึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ทรงตรัสแสดงไว้ แม้ไม่ได้ยกเป็น ประเด็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียสิ้นเชิง เพราะสิ่งเหล่านี้มี อยู่และพิสูจน์ได้จริงด้วยสมาธิจิตขั้นสูง มิใช่ในระดับต้นเดา เอาตามใจตนเอง ปาฏิหาริย์มี ๓ อย่าง คือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศ ๒๐ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ยากเกินคาดเดาของมนุษย์ที่ยังไม่หมด กิเลสอย่างพวกเราได้ อาทิ การแสดง ยมกปาฏิหาริย์ ใต้ต้นมะม่วง แล้วเสด็จขึ้น ไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นด ชั้นดาวดึงส์ เพื่อ โปรดเทพบุตรพุทธมารดาที่ลงมาจาก สวรรค์ชั้นดุสิตมาฟังธรรม และในวัน PSPL ออกพรรษาพระพุทธองค์ก็เสด็จลงมา ด้วย พุทธานุภาพจึงได้ทรงบันดาลให้เปิดโลก เพื่อเทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ได้เห็นกัน หมด เพื่อให้ทุกชีวิตได้ประจักษ์ถึงสภาพ ของภพ ๓ ที่ขังสัตวโลกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เหล่านี้เป็น “พุทธวิสัย” ที่เกิน สติปัญญามนุษย์ปุถุชนจะไปดันเดาเอาตามทฤษฎีที่ได้ เล่าเรียนมาจากฝรั่งมังค่าได้ เพราะพระองค์ได้ตรัสไว้เองว่า เรื่องนี้มันเป็นอจินไตย เกินวิสัยของมนุษย์ทั้งหลาย ยิ่งทานยังไม่เริ่ม ศีลยังไม่รักษา ภาวนายังไม่ได้ ปฏิบัติ ก็ป่วยการที่จะมาวิเคราะห์วิจารณ์ให้เป็นบาปเป็น กรรมแก่ตนเอง แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความ ศิวิไลซ์ของเทคโนโลยี แต่หากได้หยุดพิจารณาและลองหัน มาลงมือปฏิบัติธรรม เพื่อชำระใจให้ใสบริสุทธิ์ทุกส่วนระดับ หนึ่งแล้ว สิ่งที่เป็นอจินไตย ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่เหลือวิสัยที่ จะพิสูจน์ได้มิใช่หรือ? [email protected]
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More