ความอัศจรรย์ของการถวายดอกไม้ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 9 หน้า 51
หน้าที่ 51 / 108

สรุปเนื้อหา

พุทธบูชาอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นก็พลันลอยขึ้นไป ในอากาศ แล้วค่อยๆ ขยายกลีบบานสะพรั่งและลอยลงมา เรียงแถวประดิษฐานอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์ และเมื่อเขา ซัดดอกมะลิไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นครั้งสุดท้ายอีก ๒ ทะนาน ดอกมะลิเหล่านั้นก็ขยายกลีบคลี่บานสะพรั่ง ลอย ขึ้นไปในอากาศตามกำลังซัดและลอยต่ำลงมาเรียงแถว ประดิษฐาน ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องซ้ายแห่งองค์พระชินสีห์ และลอยอยู่อย่างนั้นเป็นระเบียบด้วยดี หาได้หล่นลงสู่พื้น ปฐพีไม่ และเมื่อพระองค์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ใดดอกมะลิ เหล่านั้นก็ห้อมล้อมลอยตามไปด้วย เมื่อพระองค์หยุด ดอกไม้ก็หยุดตาม ความงามแห่งพุทธลีลาเมื่อโคจร บิณฑบาตในเช้านี้ เป็นทัศนียภาพอันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ศรัทธาแห่งประชาชนผู้ได้พบเห็น ทั้งยังทรงเปล่งพระ ฉัพพัณณรังสีออกซ่านทั่วพระวรกายยังความ

หัวข้อประเด็น

- ความอัศจรรย์ของการถวายดอกไม้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พุทธบูชาอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นก็พลันลอยขึ้นไป ในอากาศ แล้วค่อยๆ ขยายกลีบบานสะพรั่งและลอยลงมา เรียงแถวประดิษฐานอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์ และเมื่อเขา ซัดดอกมะลิไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นครั้งสุดท้ายอีก ๒ ทะนาน ดอกมะลิเหล่านั้นก็ขยายกลีบคลี่บานสะพรั่ง ลอย ขึ้นไปในอากาศตามกำลังซัดและลอยต่ำลงมาเรียงแถว ประดิษฐาน ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องซ้ายแห่งองค์พระชินสีห์ และลอยอยู่อย่างนั้นเป็นระเบียบด้วยดี หาได้หล่นลงสู่พื้น ปฐพีไม่ และเมื่อพระองค์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ใดดอกมะลิ เหล่านั้นก็ห้อมล้อมลอยตามไปด้วย เมื่อพระองค์หยุด ดอกไม้ก็หยุดตาม ความงามแห่งพุทธลีลาเมื่อโคจร บิณฑบาตในเช้านี้ เป็นทัศนียภาพอันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ศรัทธาแห่งประชาชนผู้ได้พบเห็น ทั้งยังทรงเปล่งพระ ฉัพพัณณรังสีออกซ่านทั่วพระวรกายยังความอัศจรรย์ใจแก่ ประชาชนทั้งหลายเป็นยิ่งนัก ฝ่ายนายมาลาการผู้เข็ญใจ ผู้ถวายดอกไม้เป็น พุทธบูชาสำเร็จเป็นทิฏฐธัมมเวทนียกรรมฝ่ายกุศลแล้ว ก็มีจิต ผ่องแผ้วปีติยิ่งกว่าผู้อื่น เดินน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้ม ใจตามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไปอย่างไม่รู้ตัว พอได้สติ นึกขึ้นได้ว่าตนลืมกระเช้าดอกไม้ไว้ก็รีบวิ่งกลับมาถือเอา กระเช้าเปล่ากลับไปบ้านตน เมื่อถูกภรรยาถามว่า “ข้าแต่สามี! เหตุไฉนวันนี้ท่านจึงกลับมาเร็ว เหลือเกินไม่เหมือนวันก่อน ๆ ท่านเอาดอกไม้ไปส่งสำนัก พระราชวังเรียบร้อยแล้วหรือประการใด?” เขาจึงตอบขึ้น ด้วยความภาคภูมิใจว่า “ดูกรภรรยาที่รัก! วันนี้เราไม่ได้ไปส่งดอกไม้ยัง พระราชวังดังเคย เพราะเราเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวาย ดอกมะลิเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนหมดสิ้นจนไม่มีเหลือแม้แต่ดอกเดียว" “อ้าว! แล้วกัน ทำไมทำเช่นนั้นเล่า เจ้าก็รู้อยู่ว่า จักต้องมีความผิด เพราะเรามีสัญญาว่าจะต้องมีดอกไม้ส่ง ถวายพระราชาทุกวันเป็นประจำ หากเป็นเช่นนี้จักต้องได้ รับโทษประหารชีวิตอาจต้องถึงคอขาด ๗ ชั่วโคตร ก็เป็นได้ “ผิดก็ผิดๆ ไป! จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเราเกิด ความศรัทธาเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหลือเกินจึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา เมื่อในหลวงไม่ได้ รับดอกไม้จากเราแล้ว จักทรงพิโรธรับสั่งให้เรารับโทษ อย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตเราก็ยอม! นี่แน่ะ! ดอกไม้ที่เรา ถวายแด่องค์พระชินสีห์ผู้เป็นองค์อรหันต์ มีอาการ ประหลาดน่าอัศจรรย์ ผู้คนได้พบเห็นต่างก็แซ่ซ้องก้องเป็น ที่โกลาหลด้วยความปีติยินดีเจ้าไม่ได้ยินบ้างหรือ? ขอเจ้า จงยังจิตให้ปสันนาการเลื่อมใสในทานร่วมกันกับเราด้วยเถิด” ภรรยาของนายมาลาการผู้มีสันดานอันธพาลหา ได้ยินดีด้วยไม่ กลับออกเสียงด่าลั่นตวาดว่า “ร่วมยินดีกับเจ้าให้ข้าคอขาดด้วยนะ ใครจะไป ยอมร่วมด้วย เจ้าโง่! เจ้าจงรอความตายอยู่คนเดียวเถิดเจ้า นั่ง! ไอ้คนไม่มีเงาหัวเอ๋ย เรายังไม่อยากตายและจะไม่ยอม ตายกับเจ้าในครั้งนี้เป็นอันขาด” ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของเสื้อผ้าอันเป็นสมบัติแห่ง ตนจนหมดสิ้น ด้วยความประสงค์ว่าจะไปแจ้งความแก่พระ ราชาให้ทรงทราบไว้ก่อนว่า ตนหย่าขาดมิได้เกี่ยวข้องเป็น ภรรยาแห่งสามีผู้หน้าโง่ผู้จักต้องเป็นนักโทษประหารใน อนาคตแล้ว ครั้นไปถึงราชสำนักและเมื่อถูกพระเจ้าพิมพิ สารผู้เป็นพระราชาซักถามก็กราบบังคมทูลว่า “ข้าแต่องค์ราชา! สามีของหม่อมฉันซึ่งมีหน้าที่ ต้องเอาดอกไม้มาส่งยังพระราชสำนักเป็นประจำทุกวัน กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ | ๔๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More