ข้อความต้นฉบับในหน้า
พุทธบูชาอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นก็พลันลอยขึ้นไป
ในอากาศ แล้วค่อยๆ ขยายกลีบบานสะพรั่งและลอยลงมา
เรียงแถวประดิษฐานอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์ และเมื่อเขา
ซัดดอกมะลิไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นครั้งสุดท้ายอีก ๒
ทะนาน ดอกมะลิเหล่านั้นก็ขยายกลีบคลี่บานสะพรั่ง ลอย
ขึ้นไปในอากาศตามกำลังซัดและลอยต่ำลงมาเรียงแถว
ประดิษฐาน ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องซ้ายแห่งองค์พระชินสีห์
และลอยอยู่อย่างนั้นเป็นระเบียบด้วยดี หาได้หล่นลงสู่พื้น
ปฐพีไม่ และเมื่อพระองค์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ใดดอกมะลิ
เหล่านั้นก็ห้อมล้อมลอยตามไปด้วย เมื่อพระองค์หยุด
ดอกไม้ก็หยุดตาม ความงามแห่งพุทธลีลาเมื่อโคจร
บิณฑบาตในเช้านี้ เป็นทัศนียภาพอันนำมาซึ่งความเลื่อมใส
ศรัทธาแห่งประชาชนผู้ได้พบเห็น ทั้งยังทรงเปล่งพระ
ฉัพพัณณรังสีออกซ่านทั่วพระวรกายยังความอัศจรรย์ใจแก่
ประชาชนทั้งหลายเป็นยิ่งนัก
ฝ่ายนายมาลาการผู้เข็ญใจ ผู้ถวายดอกไม้เป็น
พุทธบูชาสำเร็จเป็นทิฏฐธัมมเวทนียกรรมฝ่ายกุศลแล้ว ก็มีจิต
ผ่องแผ้วปีติยิ่งกว่าผู้อื่น เดินน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้ม
ใจตามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไปอย่างไม่รู้ตัว พอได้สติ
นึกขึ้นได้ว่าตนลืมกระเช้าดอกไม้ไว้ก็รีบวิ่งกลับมาถือเอา
กระเช้าเปล่ากลับไปบ้านตน เมื่อถูกภรรยาถามว่า
“ข้าแต่สามี! เหตุไฉนวันนี้ท่านจึงกลับมาเร็ว
เหลือเกินไม่เหมือนวันก่อน ๆ ท่านเอาดอกไม้ไปส่งสำนัก
พระราชวังเรียบร้อยแล้วหรือประการใด?” เขาจึงตอบขึ้น
ด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ดูกรภรรยาที่รัก! วันนี้เราไม่ได้ไปส่งดอกไม้ยัง
พระราชวังดังเคย เพราะเราเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวาย
ดอกมะลิเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จนหมดสิ้นจนไม่มีเหลือแม้แต่ดอกเดียว"
“อ้าว! แล้วกัน ทำไมทำเช่นนั้นเล่า เจ้าก็รู้อยู่ว่า
จักต้องมีความผิด เพราะเรามีสัญญาว่าจะต้องมีดอกไม้ส่ง
ถวายพระราชาทุกวันเป็นประจำ หากเป็นเช่นนี้จักต้องได้
รับโทษประหารชีวิตอาจต้องถึงคอขาด ๗ ชั่วโคตร ก็เป็นได้
“ผิดก็ผิดๆ ไป! จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเราเกิด
ความศรัทธาเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เหลือเกินจึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา เมื่อในหลวงไม่ได้
รับดอกไม้จากเราแล้ว จักทรงพิโรธรับสั่งให้เรารับโทษ
อย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตเราก็ยอม! นี่แน่ะ! ดอกไม้ที่เรา
ถวายแด่องค์พระชินสีห์ผู้เป็นองค์อรหันต์ มีอาการ
ประหลาดน่าอัศจรรย์ ผู้คนได้พบเห็นต่างก็แซ่ซ้องก้องเป็น
ที่โกลาหลด้วยความปีติยินดีเจ้าไม่ได้ยินบ้างหรือ? ขอเจ้า
จงยังจิตให้ปสันนาการเลื่อมใสในทานร่วมกันกับเราด้วยเถิด”
ภรรยาของนายมาลาการผู้มีสันดานอันธพาลหา
ได้ยินดีด้วยไม่ กลับออกเสียงด่าลั่นตวาดว่า
“ร่วมยินดีกับเจ้าให้ข้าคอขาดด้วยนะ ใครจะไป
ยอมร่วมด้วย เจ้าโง่! เจ้าจงรอความตายอยู่คนเดียวเถิดเจ้า
นั่ง! ไอ้คนไม่มีเงาหัวเอ๋ย เรายังไม่อยากตายและจะไม่ยอม
ตายกับเจ้าในครั้งนี้เป็นอันขาด”
ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของเสื้อผ้าอันเป็นสมบัติแห่ง
ตนจนหมดสิ้น ด้วยความประสงค์ว่าจะไปแจ้งความแก่พระ
ราชาให้ทรงทราบไว้ก่อนว่า ตนหย่าขาดมิได้เกี่ยวข้องเป็น
ภรรยาแห่งสามีผู้หน้าโง่ผู้จักต้องเป็นนักโทษประหารใน
อนาคตแล้ว ครั้นไปถึงราชสำนักและเมื่อถูกพระเจ้าพิมพิ
สารผู้เป็นพระราชาซักถามก็กราบบังคมทูลว่า
“ข้าแต่องค์ราชา! สามีของหม่อมฉันซึ่งมีหน้าที่
ต้องเอาดอกไม้มาส่งยังพระราชสำนักเป็นประจำทุกวัน
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ | ๔๙