ข้อความต้นฉบับในหน้า
มหาสติปัฏฐานอันเป็น
หนทาง าเนินไปสู่พระ
นิพพานอันเป็นภูมิสถาน
ที่สถิตยสถาพร ของ
พระธรรมกายของพระ
สัมพุทธเจ้า พระปัจเจก
พุทธเจ้าและพระอรหันต์
ทั้งหลาย อันเป็นอัตตา
ตัวตนที่เที่ยงแท้ไม่แปร
เปลี่ยน จึงเป็นสุขอย่างยิ่ง
ดังที่ท่านกล่าวไว้ใน
สังยุตตนิกาย สฬายตน
วรรคว่า “พระนิพพาน
เป็นคติ(ทางไปหรือภูมิ
ชื่ออุปติสสะ ได้พบพระอัสสชิเถระ จึงเกิดความเลื่อมใสขอ เป็นที่ไปอยู่) ของพระอรหันต์ทั้งหลาย” เพราะพระ
ให้แสดงธรรม พระอัสสชิเถระจึงแสดงธรรมโดยย่อเพียง ๒
บาทคาถาเท่านั้น ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลอันถึงพร้อม
ด้วยนัยพันหนึ่ง เมื่อคุณวิเศษชั้นสูงยังไม่ดำเนินไปอยู่ จึง
กราบเรียนกะพระอัสสชิเถระว่า “ท่านขอรับ ท่านไม่ต้อง
ขยายธรรมเทศนายิ่งขึ้นไปแล้ว เพียงเท่านี้ก็พอ” ทั้งนี้
เพราะอุปติสสปริพาชกได้ฟังธรรมซึ่งเป็นประดุจแว่นส่อง
หนทางดำเนินไปสู่การบรรลุมรรคผลนิพพานด้วยตนเอง
แล้วได้บรรลุธรรมเบื้องต้นตามที่ได้ฟัง ขอเพียงมีเวลา
ทำความเพียรเพิ่มเติมก็สามารถบรรลุธรรมชั้นสูงได้ด้วย
ตนเอง
พระเจ้าอโศกมหาราชก็เช่นกันเป็นผู้สั่งสมบุญ
บารมีไว้ในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก ได้ฟังธรรมจาก
นิโครธสามเณรโดยย่อเพียง ๒ บาทหรือกึ่งคาถา ว่า
“อปปมาโท อมต์ ปท ปมาโท มจฺจโน ปท์ ฯ
ความไม่ประมาท เป็นหนทางดำเนินไปสู่อมตะคือ
นิพพาน ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย”
ก็ทรงรับสั่งว่า “พ่อเณร จงยังธรรมเทศนาที่ข้าพเจ้า
ได้รู้แล้วให้จบไว้ก่อนเถิด" ทั้งนี้เพราะพระเจ้าอโศก
มหาราชเป็นผู้มีปัญญา จึงได้รู้ความของพระธรรมเทศนา
โดยย่อนั้นว่า ตั้งแต่นี้ไปควรจะประพฤติเป็นผู้ไม่ประมาท
คือจะดำเนินจิตไปโดยไม่ปราศจากสติทุกเมื่อ ที่เรียกว่า
๗๔ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓
นิพพานเป็นอายตนะที่มีสภาพเที่ยงแท้ไม่แปรเปลี่ยน และ
เป็นสุขอย่างยิ่ง เหตุที่ปราศจากสภาพที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์
และปราศจากอนัตตา ที่ชาวโลกยึดถือด้วยอำนาจตัณหา
ทิฏฐิว่า เป็นอัตตา อันไม่ใช่อัตตาตัวตนที่แท้จริง และถ้า
ปราศจากสติแล้วชื่อว่าเป็นผู้ประมาทแล้ว ย่อมไม่พ้นจาก
ความเกิด ความแก่และความตายในที่สุด “ดังนี้แล้ว จึง
ดำเนินจิตมุ่งไปตามความแห่งพระคาถาที่เป็นประดุจแว่น
ส่องทางดำเนินไปสู่ธรรมกาย ที่เปล่งออกมาจากถ้อยคำ
ของนิโครธสามเณร ตามนัยที่ตนเข้าใจ จึงทรงเลื่อมใสและ
ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ
รัตนะ อันไม่หวั่นไหวฯ
เพราะเหตุนั้น พระฎีกาจารย์จึงกล่าวว่า “ทรงเห็น
พระธรรมกายของพระทศพล อันปรากฏอยู่ในแว่น คือ
ถ้อยคำของสามเณร แล้วทรงเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ทรง
ตั้งอยู่ในสรณะและศีลพร้อมด้วยบริษัท” ดังพรรณนามาฉะนี้