ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประณีตกว่าผู้อื่น คนมีวิชาเท่ากับได้สมบัติ
จักรพรรดิกินใช้ไม่หมด”
เมื่อท่านมาดูแลวัดปากน้ำใหม่ๆ
ท่านเห็นเด็กๆ ใกล้วัดไม่มีการศึกษาและ
เกะกะระราน ท่านพูดออกมาคำหนึ่งว่า
“เด็กๆ ที่ไร้การศึกษาต่อไปจะเป็นคนรกชาติ
มาเที่ยวรังแกวัดต่อไปก็กลายเป็นพาล” ไม่
ช้าท่านก็ตั้งโรงเรียนราษฎร์สำหรับวัดขึ้น
โดยจัดหาทุนค่าครูเอง นักเรียนไม่ต้องเสีย
นักสร้างบารมีที่ดีนั้น
ย่อมไม่ย่อท้อต่อ
ค่าเล่าเรียน ทำให้จากยอดนักเรียนจำนวน อุปสรรคที่อยู่เบื้องหน้า
ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากแต่หลวงพ่อท่าน
ก็ดูแลให้ตลอดโดยไม่ปริปากบ่น มีแต่บอกว่า
“ไหวซิน่า สำเร็จซิน่า”
และท่านมีคติเรื่องนี้ว่า “กินคน
เดียวไม่พอกิน กินมากคน กินไม่หมด”
นอกจากนี้หลวงพ่อยังช่วยสังคม
สงเคราะห์อื่นๆ อีกมากมาย จึงนับว่าท่าน
เป็นต้นแบบนักอุปถัมภ์ท่านหนึ่งทีเดียว
๕. ต้นแบบนักเผยแผ่
๑๐ เป็น ๑๐๐ จนถึง ๓๐๐ เศษ ต่อมา
รัฐบาลได้เข้ามาดูแล ท่านเห็นว่าหมด
ความจำเป็นด้านนี้แล้ว จึงมอบหมายให้ทาง
หลวงพ่อวัดปากน้ำ นอกจากจะ
พร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรค
เหล่านั้นให้พินาศไป
ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรมแล้ว ท่านยังเป็น
นักเผยแผ่ธรรมที่น่าทึ่งมาก ท่านจะยก
ราชการดูแลต่อไป แล้วหลวงพ่อก็หันมา
ดูแลการศึกษาบาลีและด้านการ
ตราบใดงานรื้อสัตว์
พระบาลี (ตามประเพณีนิยมการเทศน์สมัย
ขนสัตว์ยังไม่บรรลุ
ปฏิบัติธรรมต่อไป
เป้าหมาย นักสร้าง
มาก
หลวงพ่อท่านมีความคิดก้าวหน้า
พูดว่าจะสร้างโรงเรียนพระ บารมีจะไม่ยอมหยุดก้าว
เดินตราบนั้น
ปริยัติธรรมขนาด ๓ ชั้น จุนักเรียนได้ ๑,๐๐๐
คน ๒ ชั้นล่างให้เรียนปริยัติ ชั้นที่ ๓ ให้
เรียนปฏิบัติธรรม พูดมากว่า ๒๐ ปี ใน
ที่สุดท่านก็ทำสำเร็จสมปณิธาน โดยเป็น
โรงเรียนตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๓ ชั้น
ยาว ๕๙ เมตร ค่าก่อสร้าง ๒,๕๙๙,๑๑๐.๓๙
บาท
ะ
เนื่องจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ เห็น
คุณค่าทั้งการศีกษาและ
การปฏิบัติธรรมจึง
ต้องการสงวนเวลาให้พระ
นั้น) มาก่อน แล้วอธิบายเป็นลำดับๆ โดย
ไม่คลาดเคลื่อน อธิบายจากเรื่องหยาบจน
ละเอียดขึ้นๆ แล้วลงลึกสู่การปฏิบัติภาวนา
สรุปลงเรื่องธรรมกายได้ทุกเรื่องอย่างน่า
อัศจรรย์จนผู้ฟังธรรมบางท่านพูดว่า “ฟัง
(เทศน์) ที่นี่วันหนึ่ง คุ้มกว่าฟังที่อื่นตั้งปี"
แม้คุณพระทิพย์ปริญญาผู้มา
พิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวอกุศลต่างๆ
ที่มีต่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ จนเกิดความ
เลื่อมใสและได้บันทึกไว้ว่า
“ข้าพเจ้าชื่อพระทิพย์ปริญญา(ธูป
กลัมพสุต) ข้าพเจ้าเคยบวชเรียนมาแล้ว
มีวิทยฐานะเป็นเปรียญ
5 ประโยค และตอน
สุดท้ายเคยรับราชการ
ภิกษุสามเณรและไม่ต้อง
กังวลเรื่องอาหาร หลวง
พ่อจึงตั้ง “โรงทาน” ขึ้น
เพื่อจัดถวายภัตตาหารแก่
พระภิกษุสามเณรทุกรูป
ตลอดจนจัดเลี้ยงอาหาร
แก่ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งวัด
เป็นผู้พิพากษาในชั้น
ศาลอุทธรณ์ ๑๐ ปี
ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้
ผู้อ่านคิดเอาเองว่า
ข้าพเจ้าจะเชื่ออะไรง่าย
ยากเพียงใด ข้าพเจ้าสืบ
ได้ความจนถึงต้นตอผู้ที่
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ๘๗