ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยิ่ง
หลวงพ่อวัดปากน้ำมีความผูกพันกับธรรมปฏิบัติ
เป็นอย่างมาก สังเกตจากคำสอนของท่านที่สะท้อนถึง
ก้นบึงในจิตใจได้เป็นอย่างดี ธรรมะทุกบทที่ท่านเทศน์สอน
จะสรุปลงเรื่องการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น มิหนำซ้ำใจท่านยัง
จดจ่อมากกับการเจริญสมาธิภาวนาชั้นสูง (ท่านเริ่มค้นคว้า
วิชชาธรรมกายเมื่ออายุ ๔๗ ปี พ.ศ. ๒๔๗๔) ถึงกับสามารถ
อ้างอิงถึงเป็นปีเป็นเดือน บางกัณฑ์ก็ละเอียดเป็นจำนวนวัน
เลย ดังตัวอย่างในพระธรรมเทศนากัณฑ์ต่างๆ ดังนี้
“ตั้งใจจะไปให้สุดวิราคธาตุวิราคธรรมนี่แหละ
ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ นับได้ ๒๒ ปี ๖ เดือนเศษ เกือบ
ครึ่งล่ะ จะไปให้สุดวิราคธาตุวิราคธรรม...
“อยู่วัดปากน้ำทำวิชชานี้ ๒๒ ปี 4 เดือน ๙ วัน
วันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าทำอะไร รู้แต่นิดๆ หน่อยๆ รู้จริงจังลงไป
ไม่มี มีก็ผู้ที่ทำวิชชาด้วยกัน...."
“จะให้เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ
จนกระทั่งนับอสงไขยชั้นไม่ถ้วนนี้ วัดปากน้ำได้พยายามทำ
อยู่แล้ว ๒๒ ปีเศษ กลางเดือน ๘ ครบ ๒๓ ปี เต็ม
เดือนเต็มวันทีเดียว นี้ต้องการพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆ
รัตนะอย่างนี้หนา...”
"ผู้เทศน์ได้สั่งสอนกันแล้วให้หยุดอย่างนี้ หยุดไม่
ถอยกลับ ๒๓ ปี ๒ เดือนเศษแล้ว หยุดในหยุด ไม่
ถอยหลังกลับกันเลย ได้พบแล้วสุขอันไพศาล เหลือ
ประมาณมากมาย เล่าไม่ถูกพูดไม่ออกบอกไม่ได้ทีเดียว....
“ผู้เทศน์ยังเรียนวิชชาไปไม่ถึง ยังไม่ถึงที่สุด ๒๓ ปี
๙๐ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓
๔ เดือนเศษแล้ว ยังไม่ถึงที่สุดเลย ขยับไปที่ๆ
หนึ่งนั้น นับครั้งไม่ถ้วน นับชั้นไม่ถ้วน นับ
อสงไขยดวงไม่ถ้วน นับอายุกี่ดวงยังไม่ถ้วน
ไม่ไปสูดเลย ถ้าสุดเวลาไร ถึงที่สุดของการ
รักษาแล้วละก็มนุษย์เลิกแก่ เลิกเจ็บ เลิกตาย
ทีเดียว..."
"ผู้เทศน์นี่ตรวจเข้าไปฉากหลัง
นี่แหละ ๒๕ ปียังไม่เต็มดี ในการตรวจฉาก
หลังนั้น ยังไม่หมดฉากหลัง ยังไม่สุดฉากหลัง
...ก็ยังเป็นบ่าวเป็นทาสเขาอยู่ ยังเอาตัวรอด
ไม่ได้ เพราะอะไร ไปยังไม่สุดฉากหลัง เขา
ยังปกครองเราอยู่..."
นอกจากนี้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านยังขลุกอยู่ใน
โรงงานทำวิชชา (สถานที่ปฏิบัติธรรมชั้นสูง)ตลอดวันตลอดคืน
ไม่ยอมไปแรมราตรีที่ไหน มุ่งหวังเจริญจิตตภาวนาขจัด
กิเลสอาสวะทั้งของตนเองและผู้อื่นให้หมดสิ้นโดยเร็วพลัน
แม้ยามท่านป่วยหนักก่อนจะละโลกก็ยังเป็นห่วงเป็นใยเรื่อง
การปฏิบัติธรรม กำชับให้ศิษยานุศิษย์อย่าทิ้งวิชชาธรรมกาย
ให้ช่วยกันเผยแพร่ให้กว้างขวางออกไป
สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นต้นแบบนัก
ปฏิบัติของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
เป็นอย่างดี
บทส่งท้าย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวในชีวิตต้นแบบแห่ง
ความดีของหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่แม้เพียงแค่ที่ยกมานี้ก็
เป็นความดีอันยากยิ่งที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะกระทำได้
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงสมเป็น
ปูชนียบุคคลเป็นบุคคลต้นแบบแห่งความดีที่โลกต้อง
สรรเสริญและกล่าวขานตลอดไป
อ้างอิง : ชีวประวัติ ผลงานรวมพระธรรมเทศนา ๖๓ กัณฑ์
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ