ข้อความต้นฉบับในหน้า
[๒๔] อโสโก กร มหาราชา อุปริวกขมานานุกุกเมน
สีหบัญชเรน โอโลเกนโต นิโครธสามเณร อิริยาบถสมปนุน นาคร
ชนนมนาน อากฑฒนต์ ยุคมตต์ เปกขมาน ทิสวา ปริทิตวา
สัญชาตเปโม สมพหุมาโน อาณาเปตวา เสดจนอุตส เหฏฐา
มุทธชเนติ บุญเณ 1 ๒. ม. อามาตาเปตรา 1
[ส. ป. 4 ]
la
สารตฺถทีปนี นาม วินยฎีกา
สีหาสเน นิสีทาเปตวา โภเชตวา สามเณรสุส วจนาทาเส ที่สุส
มาน ทสพลธมุมกาย ทิสวา รตนตฺตเย ปสิทิตวา สปริโส สรณ
สีเล ปติฏฐาย ตโต ปฏฐาย อภิวฑฒมานสุทโธ ปุพเพ โภชัย
มานาน ติตถิยสฏฐิสหสถาน นี่หริตวา ภิกขุน สฏฐิสหสุสาน สุวกา
หฎสาลีสมุปาทิต ภัตต์ ปฎฐเปตวา เทวโตปนิด อโนตตฺตสลิล
นาคลตาทนตกฎญจ อุปนาเมตวา นิจจ สังฆปฏฐาน กโรนโต
เอกทิวส์ สุวณฺณสงขลิกพนธน์ วิสัชเชตวา กาฬนาคราชาน อาน
ยิตวา เตน นิมมิต วุตตปการ สิริโสภคคสมปนน พุทธรูป
ปสฺสนฺโต ทีฆปุถุลนิจจลนยนปุปภาษี สตฺตาห์ อกชิปชมการ
คำว่า “ธรรมกาย” ในคัมภีร์ฎีกาพระวินัย ชื่อ
สารัตถทีปนี ภาค ๑ ข้อ ๗๓ - ๗๘ หน้า ๑๙๑ - ๑๙๒ ว่า
อโสโก กร มหาราชา อุปริวกขมานานุกุกเมน
สีหบัญชเรน โอโลเกนฺโต นิโครธสามเณร อิริยาบถสมฺปนฺนํ
นาครชนนยูนาน อากฑฒนต์ ยุคมตต์ เปกขมาน ทิสวา
ปสีทิตวา สัญชาตเปโม สมพหุมาโน อามนฺตาเปตวา
เสตจฉาตสฺส เหฏฐา สีหาสเน นิสีทาเปตวา โภเชตวา
สามเณรสุส วจนาทาเส ทิสสมาน ทสพลธมฺมกาย ทิสวา
รตนตฺตเย ปสีทิตวา สปริโส สรณสีเลสุ ปติฏฐาย ตโต ปฏฐาย
อภิวฑฒมานสุทโธ ปุพเพ โภชัยมานาน ติตถิยสฏฐิสหลี
สานิ นี่หริตวา ภิกขุน สฏฐิสหสฺสานํ สุวกาหฏสาลีสมุปาทิต
ภัตต์ ปฏฐเปตวา เทวโตปนต์ อโนตตฺตสลิล นาคลตาทนต
กฎจญจ อุปนาเมตวา นิจจ์ สงฆ์ปฏฐานํ กโรนโต เอกทิวส์
สุวณฺณสงขลิกพนธน์ วิสชฺเชตวา กาฬนาคราชาน อานต
วา เตน นิมมิต วุตตปการ สิริโสภคฺคสมฺปนฺนํ พุทธรูป
ปสฺสนฺโต ทีฆปุถุลนิจจลนยนปุปภาษี สตฺตาห์ อกชิปชม
กาสิ ฯ
แปลว่า : ดังได้สดับมา พระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อทรง
ทอดพระเนตร ทางสีหบัญชร หน้าต่าง) โดยลำดับแห่งคำที่
กล่าวไว้ข้างต้น ทรงเห็นนิโครธสามเณรผู้สมบูรณ์ด้วย
อิริยาบถ ผู้ฉุดดึงนัยนาของชาวพระนครทั้งหลาย ผู้แลดูที่
ประมาณชั่วแอก แล้วทรงเลื่อมใส เกิดความรัก มีความ
นับถือท่วมท้น รับสั่งให้ราชบุรุษไปนิมนต์มาแล้ว นิมนต์ให้
นั่งบนสีหอาสน์ภายใต้เศวตฉัตร นิมนต์ให้ท่านฉันแล้ว ทรง
เห็นพระธรรมกายของพระทศพลปรากฏอยู่ในแว่นคือคำพูด
ของสามเณร ทรงเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จึงทรงดำรงอยู่
ในสรณะและศีล พร้อมทั้งบริษัท ตั้งแต่นั้นมาก็ทรงมีพระ
ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น จึงทรงไล่พวกเดียรถีย์ 50,000 คน ที่
ทรงให้บริโภคในครั้งก่อนเสีย แล้วทรงเริ่มจัดตั้งภัตร ที่ให้
จัดเตรียมด้วยข้าวสาลี ที่นกแขกเต้านำมาถวาย ให้น้อมนำ
น้ำจากสระอโนดาต ที่เทวดานำมา และไม้ชำระฟันชื่อ
นาคลดาเข้าไปถวาย แล้วทรงทำการบำรุงพระสงฆ์เป็นนิตย์
ทรงปล่อยสุวรรณสังขลิกพันธ์ (โซ่ทอง)ไป ให้นำกาฬ
นาคราชมาแล้ว ทรงทอดพระเนตรดูพระรูปแห่งพระพุทธเจ้า
ซึ่งสมบูรณ์ด้วยความเลิศแห่งความงามคือพระสิริอันมี
ประการที่กล่าวแล้ว ซึ่งกาฬนาคราชนั้นเนรมิต จึงได้ทรง
ทำการบูชาด้วยนัยน์ตาตลอด ๗ วัน ด้วยแสงสว่างแห่ง
นัยน์ตาอันยาว กว้าง และไม่หวั่นไหวฯ
ขยายความ : คนผู้ได้สั่งสมบุญบารมีมาดี อาศัยบุญบารมี
ชำระปัญญาของตนให้ผ่องใส ฟังธรรมแม้น้อยย่อมรู้แจ้ง
ธรรมได้ฉับพลัน ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในคาถา
ธรรมบทว่า
“ถ้าวิญญูชนคนมีปัญญา เข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้
เพียงครู่เดียว ย่อมรู้ธรรมได้ฉับพลันเหมือนลิ้นรู้รสแกงฉะนั้น
เหมือนดังพระสารีบุตรเถระ ในอดีตเป็นปริพาชก
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๗๓