ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผลที่ตามมาของสงครามคือ ทั้งสองฝ่ายได้สูญ
เสียชีวิตทหารไปในการสู้รบครั้งนี้ นับล้านๆ คน
เศรษฐกิจของประเทศเสียหายจนยากที่จะฟื้นฟู
ประชาชนต้องตกอยู่ในภาวะแร้นแค้น และเมื่อหน้า
ประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ ๑ ปิดฉากลง เมื่อ
วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๑ แม้สงครามครั้งนี้จะ
ดำเนินไปได้เพียง ๔ ปีเศษ แต่ความบอบช้ำที่เกิดขึ้นนี้
ได้จดจารึกลงในจิตใจของมนุษยชาติทั่วโลกตราบเท่า
ทุกวันนี้
หลังจากนั้นเพียง ๒๐ ปี สงครามโลกครั้งที่ ๒
ก็เปิดฉากขึ้นอีก ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ สงครามโลก
ครั้งนี้มีหลายอย่างที่เหมือนกับสงครามโลกครั้งแรก คือ
เป็นการต่อสู้ระหว่างคู่ต่อสู้เดิม ด้วยเหตุผลส่วนใหญ่
เหมือนเดิม จะมีความแตกต่างจากสงครามโลกครั้งที่
G
ในเรื่องที่เป็นสงครามที่ขยายตัวกว้างขวางกว่า มีการสู้
รบทั่วยุโรปและเข้าไปในประเทศเยอรมนี เกิดสมรภูมิ
สำคัญขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ แอฟริกาเหนือ จีน ญี่ปุ่น
และตลอดทั่วเอเชียอาคเนย์ นับตั้งแต่ฟิลิปปินส์ พม่า ไทย
อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไปจนถึงฝั่งทะเลทางเหนือของ
ออสเตรเลีย ในการรบทางทะเลก็มีการสู้รบด้วยกองเรือรบ
เรือใต้น้ำ และการรบบนท้องทะเลทุกมหาสมุทรทั่วโลก
ตลอดหน้าประวัติศาสตร์โลก ความโหดร้าย
และสงครามเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก และในสงคราม
คราวนี้ก็ไม่มีการยกเว้น มีการทารุณกรรมและ
ฆาตกรรมเชลยศึก มีการเอาคนเป็นทาสแรงงาน มีการ
ทำลายล้างบ้านเมือง มีการสังหารชีวิตผู้คนที่ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับการทหารนับล้านๆ คน
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ไม่มีฝ่ายไหน ที่จะสามารถ
อวดอ้างว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายชนะสงครามได้อย่างเต็มปาก
เพราะทุกฝ่ายได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ด้วยกันทั้งนั้น จะมีก็เพียงฝ่ายที่เสียหายมากกับฝ่ายที่
เสียหายมากกว่าเท่านั้น เป็นความสูญเสียของมวล
มนุษยชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ สันติภาพ จึง
เป็นความจริงใจที่สุดที่มนุษย์มีให้แก่กันและกัน
ภายหลังที่ทุกฝ่ายได้รับความสูญเสียอย่างที่จะหาอะไร
มาทดแทนไม่ได้เลย
๒๘ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
สหประชาชาติกับการสร้างสันติภาพ
สหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้ง
ที่สอง โดยการประชุมกันของประเทศต่าง ๆ ที่ต้อง
ประสบกับหายนะภัย จากสงครามอันรุนแรงถึง ๒ ครั้ง
๒ คราในช่วงประวัติศาสตร์ จนทำให้บรรดาประเทศ
เหล่านั้นเริ่มเห็นพ้องต้องกันว่า ในยามนี้สิ่งเดียวที่
ตนเองอยากได้มากที่สุดตรงกันก็คือ สันติภาพที่แท้จริง
ยั่งยืน ประเทศต่างๆ จำนวน ๕๐ ประเทศ จึงมา
ประชุมกันร่างข้อตกลงสหประชาชาติขึ้น ณ นครซาน
ฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา และทุกประเทศได้ลง
นามประกาศกฎบัตรสหประชาชาติขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ
วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
ในบทอารัมภกถาของกฎบัตรสหประชาชาติ
เริ่มต้นด้วยคำว่า
เรา.... ในฐานะประชาชนแห่งสหประชาชาติ มี
เจตจำนงร่วมกันในการที่จะปกป้องชนรุ่นหลังให้รอดพ้น
จากห้วงพิบัติของสงคราม ซึ่งผ่านมาถึงสองครั้งในช่วง
ชีวิตของเรา โดยนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวง
ต่อมนุษยชาติ ฯลฯ...
นับตั้งแต่สถาปนา สหประชาชาติ เป็นต้นมา ต้อง
นับได้ว่า องค์กรสากลของมนุษยชาติแห่งนี้ ได้ผ่านร้อน
ผ่านหนาว ปฏิบัติหน้าที่โชกโชนอยู่บนสมรภูมิด้านต่างๆ
เพื่อเอาชนะไม่เพียงเฉพาะภัยพิบัติจากสงคราม แต่ยัง
รวมถึงการต่อสู้กับปัญหาความทุกข์ยากของมนุษย์
นานาประการ บางครั้งก็ต้องใช้กำลัง บางครั้งก็ใช้
เทคโนโลยีและความรู้ความสามารถของมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อ
ธำรงไว้ซึ่งความอยู่ดีมีสุขของมนุษย์ทั่วถ้วน ได้มีการ