ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทน้าสุดท้าย
นวธรรม
หลอมเทียนใจ ไฟนิรันดร์ อนันตชัย
“ความไม่รู้” เป็นเหตุและบ่อเกิดแห่งความทุกข์ของมวลมนุษยชาติ ดั่งเช่นผู้หลงทางท่ามกลาง
ป่าดงดิบในยามค่ำคืนที่มืดมิด ซึ่งเต็มไปด้วยภยันตรายนานัปการ จนไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือไม่รู้ว่า
ควรจะทำอย่างไรในขณะนั้น เพราะใจสับสนเกิดความสะดุ้งหวาดกลัว วิตกกังวลตลอดเวลา แต่ถ้าผู้
นั้นมองเห็นแสงสว่างที่อยู่ห่างไกลแม้จะมีแสงเพียงริบหรี่ ก็ทำให้จิตชุ่มชื่น เกิดความหวังและมีความ
กล้าหาญที่จะหาทางออกจากความมืดในป่าทึบ โดยยึดเอาแสงสว่างนั้นเป็นเป้าหมาย
“นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา” ไม่มีแสงสว่างใดเสมอเท่าปัญญา คือปัญญาที่เกิดจากการประพฤติ
ดีปฏิบัติชอบ ทำตามคำสอนอันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นความสว่างที่เกิดขึ้นภายใน
เมื่อเราทำใจหยุดนิ่ง...สบายสบาย วางใจให้ถูกที่และถูกส่วน ณ กลางกายภายในตัว จนกระทั่ง
เข้าถึงความรู้แจ้งเห็นแจ้งตามความเป็นจริงในทุกสิ่ง สามารถขจัดความไม่รู้ของชีวิตให้หมดสิ้นไป
ขวนขวายที่จะสร้างบารมีมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม อันเป็นเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง
วันคืนที่ล่วงผ่านไป จงอย่าเผลอให้ “ความไม่รู้” ครอบงำจิตใจจนมืดมิด มาซิมาเถิด...มา
ร่วมจุดเทียนใจด้วยแสงแห่งปัญญา ให้สว่างโพลงภายในใจแล้วขยายความสว่างต่อๆ กันไปสู่ชาวโลก
ทั้งหลาย เสมือนร่วมหลอมดวงใจให้เต็มเปี่ยมด้วยปัญญาจนกระทั่งรวมเป็นหนึ่งเดียว แล้วทุกคนก็จะ
คิด....พูด...ทำสิ่งดีๆ ที่เหมือนกัน เมื่อนั้นโลกทั้งใบก็จะสว่างไสวตลอดไปไม่มีวันดับมอด ความสับสน
วุ่นวาย หวาดกลัว วิตกกังวล ก็จะหมดไป คงเหลือไว้แต่สิ่งที่ดีงาม คือความมั่นคงและปลอดภัยใน
การดำรงชีวิตที่มีแต่ความสุข ความสำเร็จเท่านั้น
นี่แหละ...ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติตลอดกาลอนันตชัย
๑๐๔ กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓