ข้อความต้นฉบับในหน้า
เช้าวันหนึ่งขณะที่เดินทางออกจากบ้านเพื่อนำเอาดอกมะลิ
ไปส่งสำนักพระราชวังตามปกตินั้น พอย่างเท้าเข้าเขตพระ
บรมมหาราชวังก็พลันได้พบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วจักมีพระราชดำรัสสั่งให้ขังเราไว้ในคุก หรืออาจสั่งให้
ประหารชีวิตเราเสียหรืออาจจักให้เนรเทศเราเสียก็เป็นได้
สุดแล้วก็ตามแต่เวรกรรมของเราเถิด เราเกิดความเลื่อมใส
ซึ่งแวดล้อมไปด้วยหมู่พระอริยสงฆ์สาวกเป็นจำนวนมาก ขึ้นในดวงใจแล้ว จักต้องถวายดอกไม้เหล่านี้เพื่อเป็นพุทธ
กำลังเสด็จโคจรบิณฑบาตอยู่ด้วยพุทธลีลาอันงามเลิศเพริศ
บูชาให้ได้ คงจักมีอานิสงส์แก่เรามากมายเพราะแม้เราเอา
แพร้วด้วยฉัพพัณณรังสีเข้าพอดี ตามธรรมดานั้นองค์พระ
ชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้าท่านย่อมทรงปกปิดพระฉัพพัณณรัง
สีอันซ่านออกจากพระวรกาย ไม่มีพุทธ
ประสงค์จักให้ใครเห็น ทรงแสดงองค์
ดอกไม้ที่เรามีอยู่เพียงเท่านี้ไปให้แก่สำนักพระราชวัง อย่าง
ดีก็คงได้ทรัพย์เพียงเล็กน้อยสำหรับเลี้ยงชีวิตในชาตินี้
เหมือนพระภิกษุธรรมดารูปหนึ่ง ซึ่งมีปกติ
บิณฑบาตเป็นวัตร แต่ในบางคราว
เท่านั้น แต่การที่เราจักถวายดอกไม้เป็น
พุทธบูชาในครานี้ย่อมจะเกิดประโยชน์
โสตถิผล อำนวยความสุขความเจริญแก่
เราเป็นเวลานาน ประมาณหลายแสนโกฏิ
พระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระรัศมีย่อมทรงเปล่ง
ขอยอมตายแม้
ฉัพพัณณรังสีให้ซ่านออกจากพระวรกาย
จักต้องราชภัย
กัปนัก เป็นไรเป็นกัน เราจักถวายบุปผทาน
แด่องค์อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาล
งามเพริศพริ้งพรรณรายสุดพรรณนา ดุจใน
บัดนี้!"
คราที่เสด็จไปสู่กรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อโปรดพระ
ก็ตามเพียงขอ
เมื่อคิดสละชีวิตเพื่อจักถวายบุป
ญาติทั้งหลาย และในเช้าวันนี้ก็เช่นกัน
ให้เขาได้ถวาย
ผทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ทรงเปล่งฉัพพัณณรังสีแผ่ซ่านอยู่
ดอกไม้เพื่อเป็น
เช่นนี้เล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วโสมนัส เกิดปีติ
ท่ามกลางเหล่าอริยสงฆ์หมู่ใหญ่เพื่อเสด็จ
ซึมซาบเอิบอาบใจขึ้นเป็นทับทวี แล้วก็เริ่ม
เข้าไปบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ ด้วย
พุทธบูชาแด่องค์
ถวายบุปผทานเพื่อเป็นการบูชาพระ
พุทธานุภาพอันยิ่งใหญ่
สมเด็จพระ
พุทธองค์
เมื่อชายขายดอกไม้ได้ยลโฉมแห่ง
สมณโคดม
ชายเข็ญใจน้อมกายถวายนมัสการ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันงาม
บริสุทธิ์แพรวพราวด้วยรัศมีประกอบด้วย
สัมมาสัมพุทธ
เฉพาะพระพักตร์แล้ว จึงซัดดอกมะลิ ๒
เจ้าเท่านั้นก็
ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ และด้วย
พระอสีตยานุพยัญชนะ ๘๐ ประการเช่นนั้น
พอใจแล้ว
ก็พลันงงแลตะลึงครุ่นคิดคำนึงอยู่ว่า
ทะนาน ขึ้นไปในอากาศเบื้องบนแห่งองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บัดนั้น
เกิดอัศจรรย์ขึ้นทันใด บรรดาดอกมะลิ
ทั้งหลายเหล่านั้น ได้พากันคลี่คลายขยาย
“เราจักทำการบูชาพระพุทธองค์
ด้วยอะไรดีหนอ จึงจักสมกับความเลื่อมใส
อันเกิดขึ้นมากมายแก่เราในบัดนี้” เมื่อไม่
เห็นสิ่งใดที่จะพึงหยิบฉวยเอาในขณะนั้นได้ทันเวลา จึง
ตัดสินใจว่า
เราจักทำาการบูชาพระพุทธองค์ด้วยดอกมะลิที่เรา
ถืออยู่ในมือนี้ ถูกแล้ว! ดอกไม้เหล่านี้ เป็นดอกไม้ที่เรามี
สัญญาผูกพันต้องส่งให้สำนักพระราชวัง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้า
ถวายสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประจำทุกวัน จะขาดเสียไม่ได้
และหากทรงไม่ได้ดอกไม้เหล่านี้ จักทรงพระพิโรธโกรธเคือง
๔๘ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓
กลีบบานสะพรั่งแล้วเรียงรายขยายแถว
เสมอกัน เป็นเพดานกั้นอยู่บนอากาศเบื้อง
พระเศียรแห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
โดยมิได้ล่วงหล่นลงมายังพื้นพสุธาเหมือนดั่งดอกไม้
ธรรมดาที่บุคคลขว้างปาทั่วไปไม่ เมื่อเขาได้เห็นความ
อัศจรรย์ดังนั้น ก็ซัดดอกมะลิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาไปอีก ๒
ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นลอยขึ้นไปในอากาศตามกำลังโยน
ซัดแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายกลีบบานและลอยลงมา เรียงแถว
ประดิษฐานอยู่ ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องขวาแห่งสมเด็จ
พระพุทธองค์อีกเช่นกัน เขาจึงซัดดอกไม้เพื่อถวายเป็น