ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระองค์ได้ทรงทำตัวอย่างเอาไว้ให้กับพวกเราและชาวโลก
ะ
ทงหลาย
ให้นึกย้อนยุคไปเมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน หรือเลย
ขึ้นไปอีก ยุคนั้นความรู้ของชาวโลก เกี่ยวกับเรื่องศีลธรรม
มีไม่มาก การศึกษาของชาวโลกในยุคก่อน ๒,๕๐๐ ปีที่แล้ว
ยังไม่ได้แพร่หลายเหมือนยุคนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้โลกแม้จะมี
มนุษย์ที่อยู่ในยุคก่อน ๒,๕๐๐ ปีโน้น เขาคงลำบากมากกว่า
ยุคเรานัก ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้อ่านในประวัติศาสตร์ คือมีแต่
เรื่องรบราฆ่าฟันกันมาตลอดเลย ก็เป็นยุคมืดของโลกยุค
หนึ่งทีเดียว จนกระทั่งเมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าบรมครูของพวกเรา ได้บังเกิดขึ้นในโลกนี้
แสงสว่างแห่งธรรมะจึงได้เริ่มฉายแสงให้กับโลกและจิตใจคน
อย่าว่าแต่ในยุคนั้นซึ่งไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ก็ขนาดในยุคนี้มีคำสอนของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว คนบาปก็ยังมีออกกลาดเกลื่อน เมื่อเทียบปริมาณกับคน
บุญแล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะเท่าหรือจะมากกว่าคนบาปหรือเปล่า
ดวงอาทิตย์ดวงเดิมอย่างที่เรามีอยู่ แต่
ว่าความสว่างของดวงอาทิตย์ ไม่สามารถที่
จะส่องสว่างให้ทะลุเข้าไปในดวงใจของทุกคนได้
จะมีแต่แสงสว่างแห่งธรรมที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าแสดงเท่านั้น ที่จะส่องทะลุเข้าไป
ในจิตใจของคน
ก่อนหน้า ๒,๕๐๐ ปีโน้น เมื่อพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่เสด็จมาอุบัติขึ้นในโลกนี้
อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในโลกยุคนั้นๆ คำตอบคือ
มนุษย์ทั้งโลกแยกไม่ออกว่าอะไรดี อะไรชั่ว
อะไรบุญ อะไรบาป เมื่อมนุษย์แยกเรื่อง
สำคัญไม่ออก แม้ปรารถนาจะทำความดี
สร้างบุญสร้างกุศล แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึง
การณ์ของมนุษย์ โลกในยุคนั้นๆ จึงมีแต่
เรื่องบาปเรื่องความชั่วครอบงำไปทั่วพื้นปฐพี
อย่าว่าแต่ในยุคนั้นซึ่งไม่มีพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ก็ขนาดในยุคนี้มีค่า
สอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว คนบาปก็
ยังมีออกกลาดเกลื่อน เมื่อเทียบปริมาณกับ
คนบุญแล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะเท่าหรือจะมากกว่า
คนบาปหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นในยุคก่อน
โน้น เรื่องที่เป็นบาป เรื่องที่เป็นความชั่วจึง
แพร่หลายอยู่ทั่วไป ซึ่งก็เท่ากับบอกว่า
๕๘ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓