ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อท่านอายุ ๑๙ ปี เกิด
ธรรมสังเวชว่าการทำมาหากินนั้นลำบาก
จริงๆ ต่างเร่งรีบหาเงินให้เป็นคนมั่งคั่ง
หาไม่ได้ก็เป็นคนต้อยต่ำถูกดูถูกได้ บุคคลที่
ผ่านมาต่างก็ตายหมด ไม่มีใครเอาทรัพย์
ติดตัวไปได้เลย แม้ตัวเองก็ต้องตาย จะมัว
แสวงหาทรัพย์อยู่ทําไมควรจะบวชดีกว่า
แล้วท่านจึงจุดธูปอธิษฐานในใจว่า “ขออย่า
ให้เราตายเสียก่อน ขอให้บวชเรียนก่อนเถิด
ถ้าบวชแล้วจะไม่สึกจนตลอดชีวิต”
หลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อตกลงใจ
จะบวชไม่สึกแล้ว จิตคิดเป็นห่วงมารดาจึง
ขะมักเขม้นทำงานสะสมทรัพย์ให้มารดา
จำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถเลี้ยงชีพมารดาไป
จนตลอดชีวิตได้
บ้าง วัดสามปลื้มบ้าง กลางคืนก็ยังเรียนต่อ
ที่วัดโพธิ์อีก เป็นอย่างนี้บ่อยมาก
นอกจากนี้ สมัยนั้นนิยมใช้อักษร
ขอมจารึกลงใบลาน และเรียนไม่พร้อมกัน
ต่างคนต่างผูก ด้วยความขยันและใคร่
ศึกษาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ นอกจากจะ
นำหนังสือของท่านไปแล้ว ท่านยังนำ
บทเรียนของคนอื่นไปศึกษาด้วย ทำให้ต้อง
แบกหนังสือไปเรียนหลายผูก
ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความเพียร
พยายามในการศึกษาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
เป็นอย่างดียิ่ง
๓. ต้นแบบนักปกครอง
ท่านจะพูดเสมอๆ
ว่า “การศึกษานั้น
เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำได้รับ
ตลอดอายุแห่งการเป็นฆราวาส สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้
ของท่านนั้น ไม่เคยประพฤติเสื่อมเสียใดๆ
ศึกษาให้สูงกว่าพื้นเดิม
มอบหมายให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัด
ปากน้ำนั้นสภาพของวัดทุกอย่างไม่เรียบร้อย
ให้ปรากฏเลย
มีสภาพกึ่งวัดร้าง บุคลากรยังน้อยและยัง
คนที่มีการศึกษาดี
ไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระภิกษุบางรูป
จะได้อะไรก็ดีกว่า
ในวัยเด็กหลวงพ่อวัดปากน้ำท่าน
ก็อยู่มาก่อนนานแล้ว จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย
เลยที่จะปกครองอย่างราบรื่นได้ หลวงพ่อ
ประณีตกว่าผู้อื่น
ท่านได้ประชุมพระภิกษุสามเณรทั้งที่อยู่
เดิมและมาใหม่ โดยให้โอวาทว่า
๒. ต้นแบบนักศึกษา
ขยันศึกษาไม่น้อยหน้าใคร เมื่อได้อุปสมบท
เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ (อายุย่าง คนมีวิชาเท่ากับได้สมบัติ
๒๒ ปี) นอกจากท่านจะปฏิบัติธรรมเจริญ จักรพรรดิกินใช้ไม่หมด”
สมาธิภาวนาไม่ขาดแล้วท่านยังขวนขวาย
ศึกษาภาษาบาลีด้วยความยากลำบาก คือ
พี่น้อง
เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสอง
๑ พรรษา พอพรรษาที่ ๒ ได้มา
จำพรรษาที่วัดพระเชตุพนฯเพื่อศึกษา
เพิ่มเติม โดยขณะเรียนนั้นต้องพบกับความ
ลำบากมาก ต้องเดินทางไปศึกษากับ
อาจารย์ตามวัดต่างๆ เมื่อท่านฉันเช้าที่
วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์)แล้ว ก็ข้ามฟาก
แม่น้ำไปเรียนที่วัดอรุณราชวราราม ย้อน
กลับมาฉันเพลที่วัดโพธิ์ บ่ายไปเรียนที่วัด
มหาธาตุ เย็นก็เดินทางไปเรียนที่วัดสุทัศน์ฯ
“เจ้าคณะอำเภอส่งมาเพื่อให้รักษา
วัด และปกครองตักเตือนว่ากล่าว ผู้อยู่วัด
โดยพระธรรมวินัย อันจะให้วัดเจริญได้
ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงและเห็นอก
เห็นใจกันจึงจะทำความเจริญได้ ถิ่นนี้ไม่
คุ้นเคยกับใครเลย มาอยู่นี่เท่ากับถูกปล่อย
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๘๕