หลวงพ่อวัดปากน้ำและการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 9 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 108

สรุปเนื้อหา

อุปัฏฐาก กระสุนปืนไม่ระคาย ผิวหลวงพ่ออย่างอัศจรรย์ เพียงแต่มีรอยทะลุที่จีวร ๒ รู แต่นายพร้อมผู้เป็นอุปัฏฐากผู้ เดินตามหลังถูกยิงที่ปากทะลุ แก้ม แต่ไม่ถึงแก่กรรม แม้หลวงพ่อจะเจอะ เจออุปสรรคแค่ไหน ท่านก็ เดินหน้าสร้างบารมีต่อไป ท่านมีคติว่า “ข้าไม่สู้ แล้วข้าไม่หนี ทำดี อันหนึ่งอันใดมีเท่าไร ทำจนสุดความ สามารถของตัว จะรุกรานสักเท่าไรก็ไม่รู้ แต่ไม่หนี ทำอะไรทำจนสุดความสามารถ ของตัว” ส่วนเรื่องที่ใครให้ร้ายป้ายสีท่าน เมื่อท่านทราบท่านจะพูดว่า “ช่างเถิด เขา ติเตียนเราดีกว่าเราติเตียนเขา การที่เราถูก ติเตียนนั้น เพราะเราทำงานก้าวหน้าไป” ๗. ต้นแบบนักปฏิบัติ สูงกว่าสมถะ แปลว่าเห็นแจ้ง เป็นธรรมเบื้องสูง สมถวิปัสสนา ๒ อย่างนี้ เป็นธรรมอันสุขุมลุ่มลึกใน ทางพระพุทธศาสนา ผู้พูดนี้ ได้ศึกษามาตั้งแต่บวช พ

หัวข้อประเด็น

- หลวงพ่อวัดปากน้ำและการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อุปัฏฐาก กระสุนปืนไม่ระคาย ผิวหลวงพ่ออย่างอัศจรรย์ เพียงแต่มีรอยทะลุที่จีวร ๒ รู แต่นายพร้อมผู้เป็นอุปัฏฐากผู้ เดินตามหลังถูกยิงที่ปากทะลุ แก้ม แต่ไม่ถึงแก่กรรม แม้หลวงพ่อจะเจอะ เจออุปสรรคแค่ไหน ท่านก็ เดินหน้าสร้างบารมีต่อไป ท่านมีคติว่า “ข้าไม่สู้ แล้วข้าไม่หนี ทำดี อันหนึ่งอันใดมีเท่าไร ทำจนสุดความ สามารถของตัว จะรุกรานสักเท่าไรก็ไม่รู้ แต่ไม่หนี ทำอะไรทำจนสุดความสามารถ ของตัว” ส่วนเรื่องที่ใครให้ร้ายป้ายสีท่าน เมื่อท่านทราบท่านจะพูดว่า “ช่างเถิด เขา ติเตียนเราดีกว่าเราติเตียนเขา การที่เราถูก ติเตียนนั้น เพราะเราทำงานก้าวหน้าไป” ๗. ต้นแบบนักปฏิบัติ สูงกว่าสมถะ แปลว่าเห็นแจ้ง เป็นธรรมเบื้องสูง สมถวิปัสสนา ๒ อย่างนี้ เป็นธรรมอันสุขุมลุ่มลึกใน ทางพระพุทธศาสนา ผู้พูดนี้ ได้ศึกษามาตั้งแต่บวช พอ บวชออกจากโบสถ์แล้วได้วัน หนึ่ง รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็เรียน ทีเดียว เรียนสมถะทีเดียว ไม่ได้หยุดเลยจนกระทั่งถึงบัดนี้ บัดนี้ทั้ง เรียนด้วยทั้งสอนด้วยในฝ่ายสมถวิปัสสนาทั้ง ๒ อย่างนี้..." ความกล้าหาญที่น่าสรรเสริญที่สุด คือความกล้าหาญที่จะอุทิศชีวิตในการ ถ้าข้าพระพุทธเจ้ารู้ธรรม ลงมือเจริญสมาธิภาวนา ให้รู้แจ้งเห็นจริง ของพระองค์แล้ว ๑๐ ในธรรมะแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มี เป็นโทษแก่ศาสนาของ ความกล้าหาญเช่นนี้ ณ วันเพ็ญเดือน พระองค์แล้ว ขอพระองค์ พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านได้ตั้งสัจจาอธิษฐานว่า อย่าทรงพระราชทานเลย "ถ้านั่งลงไปครั้งนี้ ไม่เห็นธรรมที่ พระพุทธเจ้าต้องการ เป็นอันไม่ลุกจากที่นี่ ที่ท่านเป็นนักปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา ถ้าเป็นคุณแก่ศาสนาของ จนหมดชีวิต” และทูลอ้อนวอนต่อ ค้นคว้าวิชชาธรรมกายของพระสัมมา พระองค์แล้ว ขอพระองค์ พระพุทธเจ้าว่า “ขอพระองค์ได้ทรงพระ ต้นแบบสูงสุดของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก็คือความ สัมพุทธเจ้าตั้งใจช่วยตนเองและสรรพสัตว์ ได้ทรงพระกรุณาโปรด กรุณาโปรดข้าพระพุทธเจ้า ทรงประทาน พระราชทานแด่ช้า- ทั้งหมดให้หลุดพ้นจากกองทุกข์ในสังสารวัฏ ธรรมที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ อย่างน้อย โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่หวาดหวั่นต่อ ที่สุดแลง่ายที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงรู้แล้วแต่ อุปสรรคใดๆ พระองค์ ข้าพระองค์รับ ข้าพระพุทธเจ้า ถ้าข้าพระพุทธเจ้ารู้ธรรม หลวงพ่อท่านรักการปฏิบัติธรรม มาก และเป็นตัวอย่างของนักบวชที่ดีที่ต้อง เจริญสมาธิภาวนาควบคู่กับชีวิตนักบวช ซึ่งหลวงพ่อได้ทำอย่างนี้ดังคำสอนของท่าน ตอนหนึ่งว่า “ทางพระพุทธศาสนามีวิชชา ๒ อย่างนี้เป็นข้อสำคัญนัก... สมถะ เป็นวิชชา เบื้องต้น พุทธศาสนิกชนต้องเอาใจใส่ คือ แปลความว่าสงบระงับใจ วิปัสสนาเป็นขั้น เป็นทนายศาสนา ในศาสนาของพระองค์ 49 จนตลอดชีวิต ของพระองค์แล้ว เป็นโทษแก่ศาสนาของ พระองค์แล้ว ขอพระองค์อย่าทรงพระราช ทานเลย ถ้าเป็นคุณแก่ศาสนาของพระองค์ แล้ว ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรด พระราชทานแด่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รับ เป็นทนายศาสนา ในศาสนาของพระองค์ จนตลอดชีวิต” ในที่สุดท่านก็เข้าถึง พระธรรมกาย และค้นคว้าสัจธรรมนี้จน เชี่ยวชาญ และก่อเกิดประโยชน์เป็นอย่าง กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More