ข้อความต้นฉบับในหน้า
สายฝนเม็ดใสๆ เม็ดแล้ว....เม็ดเล่า เริ่ม
โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ปลุกต้นไม้ใบหญ้า
เรือกสวนไร่นาให้สดชื่น เขียวขจี และมีชีวิตชีวา
ขึ้นมาอีกครั้ง
พร้อมเติมพลังแห่งความชุ่มเย็นสดใสให้
กับผืนแผ่นดิน เพื่อเป็นแหล่งผลิตพืชพันธุ์ที่จะ
เจริญงอกงามต่อไปในวันพรุ่ง
บรรดาต้นกล้าน้อยๆ ณ วันนี้ ก็พลอย
เริงร่าไปกับสายฝน โดยเริ่มต้นแตกยอดใหม่เป็นใบ
อ่อนสีเขียวออกมาอวดโฉม ด้วยลีลางามสง่า
ต่อหน้าสายตาของมวลมิตร... แต้มแต่งสีสันของ
ธรรมชาติให้งดงาม แปลกใหม่อีกวาระหนึ่ง
ปี
ท่ามกลางลม ฟ้า ดิน อากาศ อัน
เหมาะสมและอุดมสมบูรณ์ ยิ่งกว่าฤดูกาลใดในรอบ
“เข้าพรรษา” นับเป็นฤดูกาลที่ดีโอกาส
หนึ่งในชีวิตของทุกคนก็ว่าได้ ด้วยเป็นฤดูฝน
อากาศกำลังดี ไม่ร้อนจนต้องเหนียวเหนอะหนะ
ตลอดวัน และไม่หนาวสั่นแบบทรมานถึงกระดูก
จนเกินไป เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ
ด้วยน้ำฝน อากาศเย็นสบายเป็นที่สุด สมกับ
ความหมายที่ว่า “พรรษา” แปลว่า ฤดูฝน
เพราะฉะนั้น คงไม่แปลกที่ใครต่อใครมักจะชอบฤดู
พรรษานี้เป็นพิเศษ
ประเพณีเข้าพรรษาเริ่มต้นครั้งแรกด้วย
เหตุที่ว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้วในสมัยพุทธกาล
พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ เวฬุวนาราม กรุงราช
คฤห์ ปรากฏว่ามีพระภิกษุออกเดินทางไปในทุกพื้นที่
ทุกฤดูกาลตลอดเดือน ตลอดปี ไม่มีวันหยุดหย่อน
คราวนั้นเป็นฤดูฝน ชาวไร่ชาวนากำลังดูแลข้าวใน
นาผักหญ้าในไร่ ก็เห็นเต็มตาว่าพระภิกษุท่านกำลัง
เดินทางเพื่อสร้างบารมีอยู่นั่น คงไม่ได้ทันระวังอะไร
เลยเหยียบย่ำต้นข้าวในนา ทำความเสียหายต่อ
การเพาะปลูกและยังพลาดพลั้งเหยียบสัตว์ในสวน
ตายไปก็มีเหมือนกัน
ชาวบ้านจึงกล่าวติเตียนพระภิกษุว่า
ทำไมพระภิกษุถึงทำเช่นนั้น ไม่เหมาะสมเสียเลย
เหล่าพระภิกษุได้ยินชาวบ้านกล่าวตำหนิอย่างนี้
จึงนำเรื่องไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรง
บัญญัติให้พระภิกษุทั้งหลายอยู่จำพรรษาเพื่อการ
ประพฤติธรรม เป็นเวลาสามเดือนในฤดูฝนและ
ตลอดฤดูกาลจำพรรษา หากไม่มีความจำเป็นอื่นใด
ก็ห้ามพระภิกษุจาริกไปในสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้ง
พรรษาเลยทีเดียว
มาถึงบัดนี้ประเพณีจำพรรษาก็ยังคง
ยึดถือปฏิบัติสืบต่อมา การจำพรรษาของพระภิกษุ
นับเป็นเวลาอันมีค่าอย่างยิ่ง เป็นการทำให้พระ
ภิกษุทั้งวัดได้อยู่ร่วมกัน ศึกษาอัธยาศัยกัน ฝึกฝน
อบรมตนเอง ศึกษาพระธรรมวินัยและประพฤติ
ปฏิบัติธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเข้ามาบวช
ในพระพุทธศาสนา คือทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้
สำเร็จโดยเร็ววัน
จากความพร้อมสรรพของสิ่งแวดล้อม ที่
เหมาะสมด้วยความสบายทั้งสถานที่ อาหาร บุคคล
และธรรมะในสมัยพุทธกาล ทำให้พระภิกษุ
สามเณรมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ มีความ
พร้อมในการเจริญสมาธิภาวนา และสร้างสมคุณ
งามความดีได้อย่างเต็มที่ส่งเสริมให้พระภิกษุ
สามเณรสามารถบรรลุจุดมุ่งหมายของการบวช คือ
มุ่งทำพระนิพพานให้แจ้งได้โดยง่าย
ดังเช่นในสมัยพุทธกาล พระภิกษุมักจะ
กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒๙