ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนังสือพิมพ์สมัยนั้นต้องพากันคิดสโลแกนประจำ
ฉบับเพื่อให้ถูกใจท่าน เช่น “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย”
“เชื่อพิบูลสงคราม ชาติไม่แตกสลาย”
จิตวิญญาณที่สัมพันธ์กับชาติเสื่อมทรามลง
ในขณะที่วัตถุนิยมเข้ามาครอบครองพื้นที่ประเทศ
ประชาชนถูกห้ามกินหมาก ถูกบังคับให้สวมหมวกนุ่ง
กางเกง เพราะถือว่าเป็นค่านิยมอย่างใหม่ มาลัย ชูพินิจ
วิจารณ์เรื่องนี้ว่า
“ประชาธิปไตยตามความหมายของท่าน
(จอมพล) ก็ทำนองเดียวกับวัฒนธรรม เป็นของนอก
กาย เหมือนเสื้อผ้า ถ้าสวมใส่ลงไปแล้วย่อมเป็นไป
ตามนั้น และถ้าท่านจับกามาเขียนป้ายบอกว่าเป็นหงษ์
ท่านก็หวังว่ามันจะเป็นหงษ์ในที่สุด ทัศน์ของท่าน
จอมพลในเรื่องนี้ก็ทำนองเดียวกับทัศน์ในเรื่องการอยู่
หรือการตายของชาติที่เราได้สนทนากันมาแล้ว ท่าน
หมายไปในทางสสารหรือวัตถุที่เห็นด้วยตา ในขณะที่
ข้าพเจ้าหมายถึงทางจิตใจและของจริง"
นั่นย่อมเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการแปลกแยกของ
กายกับจิต นับตั้งแต่นั้นมาประเทศไทยกระโจนเข้าสู่
ยุคแห่งการบูชาวัตถุ ซึ่งทำให้คุณค่าแห่งความเป็น
คนที่รักศาสนาลดน้อยถอยลงไปทุกที ความ
เหี้ยมโหดเข้ามาเกาะกินผู้นำของชาติ ที่เดินตามวิธี
การของตะวันตกโดยไม่สนใจศีลธรรม
ในการประหารนักโทษการเมือง ๑๘ ศพ เมื่อ
สำเร็จของงาน” และเขายังกล่าวกับผู้ใกล้ชิดว่า จะตัด
หัวคนสักกี่ศพก็เห็นจะพอทำได้ เพราะ “ฝรั่งมันยังทำ
เลย” เรื่องนี้มิใช่สิ่งประหลาด เพราะสมัยฝรั่งเศส
ปฏิวัติเขาตัดคอศัตรูแล้วโยนหัวสุมกันเป็นคันรถ
ฝรั่งเศสที่ชนชั้นนำของไทยยึดถือเป็นต้น
๕
แบบ ก็เป็นฝรั่งเศสเดียวกันกับตัวที่มาคุกคามจน
ไทยต้องเสียดินแดนไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั่นแหละ
ปริเทวนาการแห่งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗
ที่มองเห็นประเทศสยามมิได้เปลี่ยนแปลง “ให้
บังเกิดมีความเสรีภาพในการเมืองอย่างบริบูรณ์ขึ้นไม่
และมิได้ฟังความคิดเห็นของราษฎรโดยแท้จริง”
ปรากฏเป็นความจริงสืบต่อมาเป็นเวลาช้านาน
มันสะท้อนให้เห็นถึงการ “เลือก” ของผู้นำ
ที่หมุนประเทศไปสู่ด้านมืดของวัตถุแห่งยุค
อุตสาหกรรมโดยไม่ต้อง “คิด” อะไรมาก จึงละเลย
ภาคจิตสำนึกทางจริยธรรมและเหตุผล
สร้างความแปลกแยกระหว่างคนสองชนชั้น
คือชาวไร่ชาวนากับเศรษฐีซึ่งมักเป็นนักการเมือง
หรืออิงอยู่กับนักการเมือง และในความแปลกแยกนั้น
มีพายุแห่งกระแสอารมณ์ที่ห่างจากความสำนึกใน
ผิดชอบชั่วดีเป็นเชื้อคอยจุดไฟในทุกขณะที่มีโอกาส
ทวิภพ
ความสับสนอลหม่านในอดีตกินอาณาเขต
สองมิติ คือมิติแห่งยุคเกษตรกรรมและมิติแห่งยุค
อุตสาหกรรม มิติเกษตรประกอบด้วยไพร่ฟ้า
ข้าแผ่นดินที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ผู้นำว่ากระไรก็ว่า
ตามกันไป กับมิติอุตสาหกรรมอันมีชนชั้นผู้นำและ
เศรษฐีมหาเศรษฐีครอบครองอยู่
ทั้งสองมิตินี้เปรียบเสมือนภพ ที่แบ่งแยก
ระหว่างคนจนกับคนรวย หามีสิ่งใดกีดกั้นขวางไม่
เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถเดินไปมาหาสู่กัน ได้เห็น
ความสุขทุกข์ของกันและกันจะแจ้งกระจ่างตามได้
พ.ศ. ๒๔๘๒ จอมพลป. กล่าวกับมาลัย ชูพินิจ ใน
ว่างเว้น
“บันทึกจอมพล” ว่า “ผมยอมรับว่าผมใช้อำนาจเด็ดขาด
จริงในหลายกรณีด้วยกัน เพื่อความรวดเร็วและความ
“นายฉันทนา”, “บันทึกจอมพล”, อุดม ชาตบุตร พิมพ์จำหน่ายครั้งแรก ๑ พ.ย. ๒๔๘๘
๖๐ | กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
นรกมองเห็นสวรรค์ และสวรรค์แค่ชำเลือง