ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นรูปของพระองค์ท่าน
ทุกคนได้รับเทียนนี้มา ให้กลับมาอธิษฐานที่
บ้านของตัวเองครอบครัวละหนึ่งแผ่นหนึ่งเทียน การที่
เราได้เทียนอันนี้ไปแล้วไปอธิษฐาน นั่นหมายความว่า
หลวงพ่อกำลังจะให้เราเปลี่ยนเนื้อตัวของเราให้เป็นเนื้อ
เทียน ที่มีความหมายเท่ากับพระบรมพุทธเจ้า นั่นคือ
หลวงพ่อกำลังเปลี่ยนเราเปลี่ยนหยาบของเราให้มีคุณค่า
เท่ากับพระบรมพุทธเจ้า เพื่อรองรับบุญทั้งปวงที่จะลงมา
สู่นั่นเอง
ครั้นพอสวดมนต์ทุกวัน อธิษฐานจิตทุกวัน เรา
เห็นเทียนนี้ทุกวัน รูปของพระบรม
พุทธเจ้าจะเข้าไปอยู่ในใจของเรา กลิ่น
หอมของเทียนก็เข้าไปอยู่ในลมหายใจ
ของเรา เพราะฉะนั้น พระบรมพุทธ
เจ้าก็อยู่ในศูนย์กลางกายของเราตลอด
เวลา นั่นหมายความว่าหลวงพ่อกำลัง
จะหลอมเราให้เป็นเนื้อเทียนที่มีคุณค่า
ด้วยการให้แผ่นเทียนนี้เรามาอธิษฐาน
เมื่อเรานำกลับมาอธิษฐาน แล้วกลับ
ไปหลอมด้วยกัน ก็เหมือนกับว่าเราได้
นำเอาสิ่งประเสริฐที่สุดเข้ามารวมกัน
ให้เป็นหนึ่ง
อธิบายได้ว่าในแต่ละครอบครัว
เอาเทียนของตัวเองไปตั้งจิตอธิษฐาน
ทุกวัน ไม่มีครอบครัวไหนปรารถนา
ความทุกข์ ไม่มีครอบครัวไหน
ปรารถนาความชั่ว ไม่มีครอบครัว
ไหนปรารถนาความมืดมน ไม่มีใครปรารถนาความจน
ปรารถนาทุพพลภาพ ปรารถนาโรคภัยไข้เจ็บ แต่ละ
ครอบครัวต่างมีคำอธิษฐานที่ประเสริฐสุดของตัวเองทั้งสิ้น
แล้วต่างคนต่างก็เอาเทียนนั้นมาหลอมรวมกัน เพราะฉะนั้น
ความประเสริฐและความวิเศษทั้งหลายจากแต่ละ
ครอบครัวแต่ละตระกูลก็ถูกนำมาหลอมเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกัน แต่นั่นแหละ ในแต่ละคำอธิษฐานก็ย่อม
แตกต่างกันไป ตามสภาวะความสันทัดสภาวะหน้าที่
ความชำนาญที่แตกต่าง คำอธิษฐานจึงมีความวิเศษที่
แตกต่างกัน แต่ครั้นเมื่อทุกคนนำเอาเทียนที่อธิษฐาน
แล้วมาหลอม เทียนทั้งหมดนั้นละลายๆ เป็นเนื้อเดียวกัน
เมื่อละลายเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด นั่นหมายความว่า
คำอธิษฐานอันวิเศษได้หลอมละลายเข้าหากัน ชำแรก
เข้าหากันเป็นเนื้อเดียวกัน ใครที่อธิษฐานบกพร่องก็จะมี
คําอธิษฐานที่สมบูรณ์เข้าไปต่อเติม ใครที่อธิษฐานได้
สมบูรณ์เต็มเปี่ยม ก็จะสามารถกระจายความเต็มเปี่ยม
สมบูรณ์นั้นไปหล่อเลี้ยงเอื้อเฟื้อสู่คนที่อธิษฐานแล้วบกพร่อง
เพราะฉะนั้น การนำเอาเทียนที่อธิษฐานมาหลอมรวมกัน
เป็นหนึ่งเดียว จึงเหมือนกับการที่ทุกคนมาน้อมรับความ
กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๔๑