ข้อความต้นฉบับในหน้า
อนันตชัย จริงๆ แล้ว แปลโดยความหมายก็แปลได้ว่า
ชัยชนะที่เป็นอนันต์ ในที่นี้มีความหมายออกไปเป็น ๒ นัย
คือ ชนะร่ำไปไม่มีวันกลับมาพ่ายแพ้อีกเลย ไม่ว่าจะ
เวียนเกิดเวียนตายไปกี่ภพกี่ชาติก็ตามจะพบแต่ชัยชนะ
อีกความหมายหนึ่งก็คือ มีชัยชนะเป็นอนันต์
หมายความว่าขอบเขตของชัยชนะนั้นประมาณไม่ได้
แล้วแต่ภพชาติเดิม การดำเนินชีวิตใหม่จึงเข้าสู่ชัยชนะที่
ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะว่าแสงสว่างแห่งพระสัทธรรมที่ติดมา
ในชีวิตใหม่เป็นบรรทัดฐานขับดันให้เจ้าของชีวิต เจ้าของ
ดวงจิตเสาะแสวงหาพระสัทธรรมที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ พระ
สัทธรรมที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ ก็กินอาณาบริเวณแห่งชัยชนะ
กว้างขวางออกไปเรื่อยๆ ภพแล้วภพเล่า เกิดแล้วเกิดเล่า
ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยพบความพ่ายแพ้ มีแต่ชัยชนะที่
ทวีขึ้นไปๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งชนะเป็นที่สุดของชัยชนะ คือ
สามารถหลุดออกจากข้อบังคับของการเวียนว่ายตายเกิดได้
สามารถหลุดออกจากความทุกข์ทั้งปวงได้ ไปสู่สถานที่ที่
ไม่ต้องเวียนกลับมาพบความทุกข์อีกเลย ไปสู่สถานที่ที่
ไม่ต้องวกกลับมาเกิดอีกเลย ถ้าเป็นเราปุถุชนธรรมดา
กัลยาณมิตร กัลยาณชนในขณะนี้ ถ้าเราจุดไฟสว่างของ
เทียนใจของเราให้เป็นไฟนิรันดร์ได้ก็ประหนึ่งว่าในใจของ
ขอบเขตของชัยชนะนั้นประมาณไม่ได้ ไม่ใช่ชนะแค่
เพียงภพนี้ ภพมนุษย์ มิได้ชนะแค่เพียงภพสวรรค์
มิได้ชนะแค่เพียงภพของพรหมหรืออรูปพรหม
หากเป็นชัยชนะที่กินอาณาบริเวณออกไปเป็นอนันต์
หาข้อจํากัดมิได้เลย จึงเรียกว่าเป็นอนันตชัย
ไม่ใช่ชนะแค่เพียงภพนี้ ภพมนุษย์ มิได้ชนะแค่เพียงภพ
สวรรค์ มิได้ชนะแค่เพียงภพของพรหมหรืออรูปพรหม
หากเป็นชัยชนะที่กินอาณาบริเวณออกไปเป็นอนันต์ หา
ข้อจำกัดมิได้เลย จึงเรียกว่าเป็นอนันตชัย
ทำไมจึงเป็นอนันตชัย ถ้าอธิบายกันโดย
สังสารวัฏก็คือชัยชนะของเรานี้ติดอยู่ในใจ ใจที่สว่างไสว
ด้วยพระสัทธรรมของพระพุทธองค์ และใจนี้เป็นสิ่งเดียว
เท่านั้นที่เป็นของเราจริงๆ ในขณะที่ร่างกายของเรานั้น
จะต้องมอดไหม้เหี่ยวแห้งตายไป ใจเมื่อละจากสังขารนี้
ไปสู่สังขารใหม่ใจนี้ก็นำเอาความสว่างที่เป็นทุนอยู่แล้ว
เอาไฟนิรันดร์ติดใจไปด้วย เมื่อไปเกิดใหม่ในภพของสวรรค์
หรือกลับมาเกิดใหม่ในภพของมนุษย์ก็นำเอาแสงแห่งไฟ
นิรันดร์นั้นมาด้วย ดังนั้น ชีวิตที่เริ่มต้นใหม่ในร่างกายใหม่
จึงเริ่มต้นด้วยชีวิตที่มีพื้นฐานเป็นใจที่สว่างไสวมา
๔๐ | กัลยา เมืตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕om
เรามีความสว่างของธรรมะโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา มีชีวิต
ดำเนินด้วยใจ และเมื่อใจสว่างไสว ชีวิตของเราย่อม
ไม่ต้องตกไปอยู่ในมุมมืด ฉันใดก็ฉันนั้น
ย้อนกลับมาดูว่า ขณะนี้ทางวัดพระธรรมกาย
ได้มอบเทียนพิเศษที่หล่อหลอมเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสข้างใน
เป็นวงกลมและข้างในนั้นสลักนูนเป็นรูปของพระบรม
พุทธเจ้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ให้เรานำไป
อธิษฐานจิตทุกวันๆ ความหมายก็คือ เพราะว่าในเทียน
จะมีรูปพระบรมพุทธเจ้า(ถ้าหากเป็นนักวิชาการจะเรียกว่า
พระธรรมกายไวโรจนพุทธะ) อยู่ตรงกลาง พระพุทธเจ้า
องค์อื่นๆ ล้อมรอบอยู่ พระบรมพุทธเจ้าคือพระธรรม
กายของพระพุทธเจ้าองค์ที่เสด็จเข้าไปอยู่ในอายตน
นิพพานก่อนใครๆ พระบรมพุทธเจ้าจึงเป็นพระพุทธเจ้า
ที่มีบุญบารมีสูงสุดในพระนิพพาน และเทียนนี้ก็ได้สลัก