ข้อความต้นฉบับในหน้า
เล็กน้อย
รักน้อย จนสามารถหันมาแว้งกัด
ศาสนาของตนเองแล้วยังทำที่เสมือน
ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น แล้วมิหนำยังทำที
ประดุจตนเป็นผู้พิทักษ์พุทธศาสนาเสียอีก
บ้าหรือเปล่า ?
ฝูงชนกลุ่มที่สองวิ่งเข้ากอดกัน
การเผชิญหน้ากับ
การพ่ายแพ้ นอกจากจะต้องกินน้ำตา
ยังถูกประชดประเทียดซ้ำเติม
เป็นหนี้เป็นสิน
ต่ำต้อยน้อยหน้า
เป็นที่น่าอเนจอนาถนัก
ศตวรรษที่ 21 ไม่มี พุทธศาสนิกชนจะต้องทนดูเดียรถีย์อ้างตน
ด้วยความหวาดกลัวและไม่รู้ว่าจะไปทาง ประเทศใดเป็นต้นแบบ
ไหนดี แม้กระนั้นก็ยอมก้าวเท้าเดินตาม
ยังอีกไม่รู้กี่ร้อยหนพ้นหน ที่
เป็นศิลปินห่มผ้าเหลืองทำตัวเป็นนางแบบ
เพราะต่างวิ่งออกจาก
ขบวนเหมือนยิวที่เดินเข้าสู่โรงแก๊สใน
นายแบบข่มเหงย่ำยีพระพุทธศาสนา โดย
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทําตัวเป็นตอไม้ไม่รู้
สงครามโลกครั้งที่ ๒
จุดสตาร์ทในเวลาที่ ร้อนรู้หนาว
แข้งสั่นขาสั่น กู่ก้องร้องตะโกน
ใกล้เคียงกัน การชนะ
ราวกับจะรู้เห็นเป็นใจ
ปลอบใจกันอยู่ไปมา
อยากจะให้คนไทยเปลี่ยนศาสนา
นอกจากจะมีเหรียญ
ในหัวใจยังมีความหวังลึก ๆ ว่า
เข้ารีต
ทองเป็นรางวัล
อย่างนั้น....................
จะมีอัศวินม้าขาวโผล่เข้ามาช่วย เพราะ
เห็นไปว่าตนนั้นไร้ศักดาภินิหารใดๆ ที่จะ ยังมีของขวัญปลอบใจ
ช่วยตนเองได้แม้แต่เพียงเล็กน้อย
คนกลุ่มที่สามก่อปราการแห่ง
ความรักชาติ สร้างภาพมายาแห่งความ
ยิ่งใหญ่ของประเทศตนเอง ปลุกเร้า
ประชาชนให้ต่อสู้กับกระแสตะวันตก ด้วย
วิธีการเดิมๆ เช่น เสียงเพลงปลุกใจให้ไทย
ลุกฮือเข้ารบพม่า ต่อสู้แบบสงครามค่าย
บางระจัน พลีชีพศพแล้วศพเล่า และใน
ที่สุดก็จะปรากฏผู้นำคนใหม่ เข้ามาเสพสุข
เสวยอำนาจ หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปใน
วงจรอุบาทว์
ในกะลาแห่งไตรภพใบนี้ ไม่มี
ความวุ่นวายใดจะเทียบเท่า ไม่มีสงคราม
ใดจะเหี้ยมโหดเท่า
การเผชิญหน้ากับศตวรรษที่ 21
ไม่มีประเทศใดเป็นต้นแบบ เพราะต่างวิ่ง
ออกจากจุดสตาร์ทในเวลาที่ใกล้เคียงกัน
การชนะนอกจากจะมีเหรียญทองเป็นรางวัล
ยังมีของขวัญปลอบใจที่ยิ่งใหญ่ คือความ
เป็นต้นแบบแห่งศตวรรษ
ที่ยิ่งใหญ่ คือความ
เป็นต้นแบบ
แห่งศตวรรษ
กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
bm