ข้อความต้นฉบับในหน้า
แข่งขันกันนักในเรื่องรู้จักประมาณใน
การบริโภค บางท่านตวง เอาเครื่อง
ตวงมาดวงบ้าง เอาแห่งดวงบ้างหรือ
ไม่เช่นนั้นก็วัดกำหนดอาหารเท่านั้น
เท่านี้บ้าง กำหนดด้วยข้าวสารบ้าง
ด้วยข้าวสุก บางบริโภคพอในเขตที่
สำรวมของตนๆ ไม่ให้พ้นความ
สำรวมไปใต้ ระวังอยู่ดังนี้ บางท่าน
เอาท้องเป็นประมาณ อุจฉิตปปมาณ
ประมาณท้องอิ่มแล้วเป็นหยุดทีเดียว
ไม่ให้เกินอิ่มไปสักคำเดียวก็ไม่ให้เกิน
หรือหย่อนอิ่มไว้สักค่าา เพื่อน้ำไว้เล็ก
น้อย ให้ท้องไม่อืด ให้ท้องไม่เฟ้อ
ประสงค์ให้ธาตุย่อยง่ายๆ อย่างนี้
เรียกว่ารู้จักสำรวม เช่นนี้แล้วก็รู้จัก
สำรวม ไม่สำรวมพอดีพอร้าย ของ
นี่เคยบริโภคไหม เป็นประโยชน์แก่
ร่างกายแต่ไหน บริโภคเข้าไปแล้ว
เป็นประโยชน์แก่ร่างกายให้ความสุข
แก่ร่างกายไหม ถ้าสิ่งใดให้ความสุข
แก่ร่างกายก็รับสิ่งนั้นพออิ่มเท่านั้น
สิ่งใดให้โทษทุกข์แก่ร่างกายก็ไม่รับ
สิ่งนั้นเด็ดขาด ห้ามสิ่งนั้นทีเดียว
เพราะกลัวจะไปประทุษร้ายร่างกาย
ไหม ถ้าสิ่งใดให้ความสุขแก่ร่างกาย ให้รู้จักประมาณ ในการใช้นั้นให้สมควรแก่ร่างกายนั้นๆ ให้ได้
ก็รับสิ่งนั้นพออิ่มเท่านั้นสิ่งใดให้โทษ
รับความสุขพอสมควรแก่ร่างกายของตน ๆ อันนี้แหละได้ชื่อว่า
ทุกข์แก่ร่างกายก็ไม่รับสิ่งนั้นเด็ดขาด รู้จักประมาณในการใช้สอย
ห้ามสิ่งนั้นทีเดียว เพราะกลัวจะไป
ประทุษร้ายร่างกาย สิ่งใดที่ให้โทษ
ร่างกาย ก็งดสิ่งนั้นเสีย สิ่งใดให้
ประโยชน์แก่ร่างกาย ก็บริโภคสิ่ง
นั้น การบริโภคไม่ใช่บริโภคทั่วไป
ไม่ใช่ดีเสมอไป แม้ชอบใจแล้ว ไป
วันหลัง เดือนหลัง ปีหลัง ก็ชอบใจ
ก็ได้เป็นอย่างคนแก่ชอบมะระ เด็กๆ
ไม่ชอบบอกว่าขม คนแก่ชอบมะระ
จนตาง
ขมนี้ มันไม่เหมือนกันอย่างนี้มันต่
กันอย่างนี้ อย่างนี้เป็นตัวอย่าง บาง
ท่านชอบอย่างนั้นอย่างนี้ นี่สังกัด
หรือจำกัดมิได้แล้วแต่ธาตุธรรมของ
ตน ซึ่งจะเป็นไปอย่างไร เมื่อสะดวก
แก่ร่างกายด้วยประการใดแล้วก็ให้
สำรวมวิถี ให้รู้จักประมาณในการ
ใช้นั้น ให้สมควรแก่ร่างกายนั้นๆ ให้
ตุลาคม ๒๕๔๐ ®๗ กัลยาณมิตร
ได้รับความสุขพอสมควรแก่ร่างกาย
ของตนๆ อันนี้แหละได้ชื่อว่ารู้จัก
ประมาณในการใช้สอยไม่ใช่ใช้สอย
แต่อาหารอย่างเดียวนะ ผ้าสำหรับ
ใช้สอยก็ต้องรู้จักกระเหม็ดกระแหม่
ต้องรู้จักเปลืองรู้จักเก่ารู้จักเสียหาย
ถ้าไม่รู้จัก ก็จักเป็นหนี้เป็นบ่าวเขาที
เดียวนะ เพราะเหตุว่าใช้ผ้านุ่งห่ม