ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ า ก ด ว ง ใ จ ลูกที่รักแม่มากที่สุดในโan
เราก็ปรับกันในเรื่องระบบของใช้ความเป็นอยู่อีกเล็กน้อย
ซึ่งนั่นก็เห็นด้วยกับทุกเรื่องค่ะ เข้าพรรษาปีนี้ถ้าถามว่า
นุ่นมีความตั้งใจว่าจะทำอะไร? ก็ขอตอบตรงๆ กับคุณแม่
ว่า ยังไม่ได้คิดอะไรมาก อยากจะนั่งธรรมะให้ดีอย่างเดียว
ไม่ค่อยอยากจะบอกเลยค่ะ กลัวว่าจะทำไม่ได้ดี
บางครั้งบ่นก็ลืมไปแล้วว่า กำลังอยู่ในช่วงเข้าพรรษา
รู้สึกว่า วันเวลาผ่านไปเร็วจังค่ะ
เร็วจนว่า แทบไม่ได้ว่าทำอะไรไปบ้าง
ดีที่ว่านั่นจะบันทึกประจำวัน ไม่ถึง
กับจดทุกวันหรอกนะคะ จดวันที่มี
เพราะว่า รู้ว่าในนั้นจะต้องมีทั้งข้อดี (อ่านแล้วชื่นใจ) รวม
ทั้งข้อเสียที่อ่านแล้วบาดใจเล็กๆ ด้วย นึกถึงตอนนั้นแล้วก็
ข่าวในท่าทางแหยงของตัวเองขณะเปิดอ่านจริงๆ ยังจ่าได้
อีกว่า ใบแรกจะเป็นข้อดีทั้งหมด ใบที่ ๒ เป็นข้อที่ควร
ปรับปรุง ใบที่ ๓ อยากให้หมู่คณะเป็นอย่างไร โดยทุกคน
จะได้เขียนกันทั้งหมด นั่นเองก็ต้องเขียนไปให้คนอื่นเช่นกัน
พออ่านข้อดีหมดไป ก็มาถึงข้อ
ควรปรับปรุง นั่นอ่านแล้วตอน
แรกก็รู้สึกปฏิเสธตัวเอง ต่อมาก็
ยอมรับเพราะรู้ดีว่าเราเป็นอย่างไร
เวลาว่างนะคะ พอว่างๆ นั่นก็เอา
แต่ก็เป็นความจริงที่ไม่ค่อยจะ
บันทึกมาเปิดดู ขณะที่เขียนจ.ม.
อยากอ่านนัก นั่นก็พูดกับเพื่อนว่า
อยู่นี่ก็เปิดดูไปด้วยนะคะ ย้อนกลับ
ของเราต้องแรงกว่าแน่เลย แต่
ไปดูตรงวันเข้าพรรษานะคะ พอ
ใครๆ ก็บอกว่าของนุ่นยังรุนแรง
พอหลังจากวันเข้าพรรษาหนึ่งวัน นั่นก็เอาใบที่เขียนถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวเรา
ของพรรษาที่แล้วตอนที่อยู่พนาวัฒน์มาอ่าน ผ่านมา ๑ ปีแล้ว นั่นยังเก็บไว้ เคยดีดจะทิ้งเหมือน
กันค่ะแต่ก็อยากเก็บไว้เพื่อทบทวนว่า ตัวเราในแต่ละปีเป็นอย่างไร
หลังจากวันเข้าพรรษาหนึ่งวัน นั่นก็เอาใบที่เขียนถึงข้อดี-
ข้อเสียของตัวเราของพรรษาที่แล้วตอนที่อยู่พนาวัฒน์มาอ่าน
ม่านมา ๑ ปีแล้ว นั่นยังเก็บไว้ เคยคิดจะทิ้งเหมือนกันค่ะ
แต่ก็อยากเก็บไว้เพื่อทบทวนว่า ตัวเราในแต่ละปีเป็นอย่างไร
จ่าวได้ว่าปีที่แล้ว พอได้กระดาษข้อความมาก็ไม่ค่อยอยากอ่าน
น้อยกว่าหลายๆ คน ไม่เห็นจะมีอะไรเลย คงเป็นเพราะ
มันเป็นของนุ่นมั้งคะ จึงรู้สึกว่าทั้งที่จริงๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไร
พอนั้นอ่านจบทั้งหมดก็ พับใส่ซองตั้งใจว่า จะไม่อ่านอีก
จนกว่าถึงวันที่เรามั่นใจ ว่าอ่านแล้วเฉยๆ จนกระทั่งม่านมา
-ปี ปีนี้นั่นก็คิดว่าจะมาอ่าน ข้อความในนั้นนุ่นลืมหมดแล้ว
ตุลาคม ๒๕๔๐
กัลยาณมิตร
๙๓