ข้อความต้นฉบับในหน้า
การบริหารเชิงพุทธ
เสียมันก็ต้องตายด้วยกันทุกคน แม่จะตายก่อนลูก หรือลูก
จะตายก่อนแม่ ไม่รู้ได้ แต่ว่าทางที่ดีนะ แม่นะ เราตักนาตร
ดังใจทำบุญทำทานตั้งใจแล้ไขปรับปรุงตัวเองเสียก่อน ทำอย่าง
นี้จะได้ผลดีระยะยาว ถึงภพชาติข้างหน้าตรงนี้ก็ขอฝากเอา
ทำบุญท่าทานกันตั้งแต่วันนี้เถอะจะได้เป็นเสบียงติดตัวชาม ไว้ด้วย สำหรับท่านที่คิดว่าจะโกหก เพื่อให้เขาสบายใจ
ภพข้ามชาติไป
แล้วตั้งแต่วันนั้นมา พอเช้าขึ้นโยมคนนั้นก็เตรียมข้าว
ปลาอาหารให้แม่ดักบาตร แล้วค่อยไปทำงาน ตอนเย็นเลิก
งานก็รีบกลับบ้านไม่แวะไปที่ไหน รีบกลับมาดูแม่ ชวนแม่
สวดมนต์ไหว้พระตั้งแต่หัวค่ำ แล้วก็ทำสมาธิไปด้วย ยาสาร
พัด อย่างก็ดูแสให้แม่เต็มที่ เพราะรู้อยู่ว่าแม่คงอยู่ด้วยไม่นาน
แล้วก็พูดให้แม่พิงเป็นประจำว่า แม่ ยังไงๆ เราตายแน่นะ
ทั้งแม่ทั้งหนูนี่แหละ แม่ตั้งใจนั่งสมาธิเยอะๆ กลั่นใจให้ใสล้า
ตายไปพร้อมกับใจใสๆ ยังไงก็ไปสวรรค์แน่ๆ นะแม่นะ หนู
จะนั่งเป็นเพื่อน ว่าแล้วทั้งแม่ทั้งลูกก็นั่งสมาธิ โยมคนนี้ดัง
ใจชวนแม่รักษาศีล ตั้งใจขวนแม่ทำบุญ แล้วก็พูดเรื่องความ
ตายให้พิงอยู่เป็นประจำ
เวลาผ่านไปได้สักเดือนเศษๆ คุณแม่ก็พูดออกมาเอง
เลยว่า เออ จริงอย่างที่ลูกว่า แม่ก็เบื่อสังขารเต็มที่ มันป่วย
ไม่รู้จักหาย เมื่อไหร่ลูกจะพาแม่ไปหาหมออีกนี่ แต่ว่าจะไป
หรือไม่ไป แม่ว่าเวลาแม่นั่งสมาธิแม่ก็ใจสบายดีไอ้ที่มันปวดๆ
อยู่มันก็ทุเลาไปตอนนี้ล้าจะตายก็ตายไปเถอะ แม่ไม่กังวลแล้ว
เพราะบุญแม่ก็ทำมาไม่ใช่น้อย ลูกๆ ก็โตขึ้นมา จนพอจะ
เลี้ยงตัวรอดแล้ว เวลาผ่านมาอีกสักเดือนสองเดือน โยมคน
นั้นจึงได้บอกกับแม่ว่า แม่เป็นมะเร็ง หมอบอกว่าจะอยู่ได้
อีกไม่นานหรอก แทนที่แม่จะเสียอกเสียใจ แม่กลับบอก เออ
มันจะเป็นไงก็เป็นไปเถอะ
ตรงนี้ หลวงพ่อขอฝากไว้เป็นข้อคิดด้วยว่า การโกหก
คนไข้ที่กำลังใกล้จะตาย ไปให้ความหวังว่ายังไม่ตาย หรือจะ
ไม่ตาย ทำให้คนไข้ไม่ได้เตรียมตัวตายนั้นมันไม่ถูกต้อง แต่
ว่าล้าบอกฮวบฮาบก็จะช็อกตายเลยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะ
อยุติธรรม ใน ลัง ตม
อคติ แปลว่า ความลำเอียง ความลำเอียงนี้ถ้าเกิดขึ้น
ในบ้านไหน บ้านนั้นก็แตก เกิดขึ้นในที่1 งานไหน ที่ทำ งาน
นั้นก็พินาศ เกิดขึ้นในบ้านเมืองไหน บ้านเมืองนั้นก็ล่มจม
เพราะหลักบ้านหลักเมืองมันเอียงเหมือนเรือเอียง ความ
หวาดระแวง ความไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้น และเมื่อความ
ทวาดระแวง ความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น ความแตกแยก ความ
พินาศก็จะเกิดขึ้นตามมา ความลำเอียงมี ๔ ลักษณะ คือ
ถ.
ลำเอียงเพราะรัก เรามักจะได้ยินอยู่เสมอๆว่า หลายๆ
คนมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมจากผู้บังคับ
บัญชาเลย โดยเฉพาะเมื่อมิ การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งเมื่อไร
หลายคน ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม
ในเรื่องนี้ขอให้ลองย้อนกลับมาดูตัวเองว่า ในขณะที่
เรากำลังร้องหาความยุติธรรมจากคนอื่นอยู่นั้น ตัวของเรา
เองมีความยุติธรรมหรือเปล่า บางที่จะพบว่าขนาดลูกในอก
ของเราแท้ๆ เรายังรักไม่เท่ากันยังให้ความยุติธรรมกับเขาไม่ได้
แล้วจะเรียกร้องหาความยุติธรรมที่ไหนในโลกนี้ ถ้าอยากจะ
ได้ความยุติธรรม ก็ต้องสร้างความยุติธรรมขึ้นมาในตัวเอง
เสียก่อน ถ้าทำได้ก็เท่ากับเราได้สร้างต้นแบบความยุติธรรม
ให้ลูกหลาน และคนรอบข้างได้ดูเป็นตัวอย่าง
๒. ลำเอียงเพราะชัง เรื่องนี้ก็ขอฝากเป็นข้อคิดเอาไว้
ด้วยว่า ในกรณีที่ลูกน้องทำดีแล้วเราไม่สนับสนุนเพราะไม่
ชอบหน้าเขา แสดงว่าเราเกิดความลำเอียงเพราะชังขึ้นมา
เสียแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ เราจะไปดีได้ยาก เพราะลูกน้องก็
เปรียบเสมือนมือเท้าของเรา ถ้าได้ประโยชน์จากเขาแล้วเรา
ตำเอียง ทำ ให้เขาไม่เป็นสุข เราเองจะเป็นสุขได้อย่างไร
ลองนึกถึงเรือที่ลำมันเอียง มันจะแล่นดีไปได้อย่างไรขึ้นแล่น
ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด คือต้องหาทางให้เขาได้คิดให้เร็วที่สุดเท่า
ที่จะเร็วได้ แล้วก็บอกความจริงกันไป อย่างนี้จะเป็นวิธีที่
เหมาะสมที่สุด มิฉะนั้นคนไข้จะตายไปพร้อมกับความโง่ ไปไม่ช้าก็ล่ม
ตายไปพร้อมกับความประมาท แต่ถ้ารู้ตัวเสียก่อน เขาจะได้
กัลยาณมิตร.
^๒ ตุลาคม ๒๕๔๐
ย่าน ตฉปันหไท