ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตายเราก็ตายเหมือนกัน เขาก็ตาย
เหมือนกันหมดทั้งสากลโลกไม่เหลือ
แต่คนเดียว ตายหมดกัน ถ้านิ่งอยู่ที่
เดียวก็เห็นจริงอยู่อย่างนี้เมื่อเห็นจริง
มันก็ไม่ร้องได้ ไม่เสียใจ ไม่โทมนัส
ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เพราะสำรวมระวัง
ไว้ได้ ถ้าสำรวมระวังไม่ได้ เพราะ
นิดเดียวเท่านั้นแหละ มีพระดาบส
คนหนึ่งแกอยู่ในป่าช้าปาชัฏทีเดียว
อยู่มาหลายสิบปี วันหนึ่ง โลณมพิล
ไม่คิดรูปก็ติดเสียง ไม่ติดเสียงก็ติด
กลิ่น ไม่ติดกลิ่นก็ติดรส นี่แหละติด
เหล่านี้ทั้งนั้น ที่ฆ่ากันตายร้ายนักที
เดียว ถ้าสำรวมไม่ได้ ร้ายนักทุกสิ่ง
ทุกอย่างหละ เป็นภัยนักทีเดียว เหตุ
นี้ต้องตั้งอยู่ในความสำรวม แต่ว่าวิธี
สำรวมบอกไว้แล้วนั้นใจต้องหยุดอยู่
กลางนั่นนะ หยุดนิ่งทีเดียว ต้องคอย
ระวัง รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสใดๆ
หรือกัมมารมณ์ใดๆ มันเล็ดลอดเช้า
สวนตฺถาย ต้องการจะเสพรสเค็มรส ไปถึงที่ใจหยุด ละก็ มีรสมีชาติ รู้จัก
เปรี้ยวเข้ามาแล้ว เข้าไปอยู่ในบ้าน
ใกล้เคียงบ้านเขาไปแสวงหาอาหาร
บาตรเหมือนพระบิณฑบาตดังนั้น
ทุกคนแล้วว่ารสชาติมันเป็นอย่างไร
พอเวลามันเข้าไปเป็นอย่างไรล่ะ ไอ้
รส ชอบใจ รูปเป็นอย่างไรเล่า ก็เคย
แหละ ขาวบ้านเขาก็ใส่แกงเหี้ยมา ชอบใจรูปด้วยกันทุกคนนะ รสมัน
อย่างไงก็รู้จักกันทั้งนั้นแหละ นั่น
แหละมันเช้าไปเสียดแทงใจ ไอ้
เสียงที่ชอบใจละ ไอ้เสียงที่ชอบใจก็
ให้ถ้วยหนึ่ง ดาบสคนนั้น มหาโคธา
เหี้ยใหญ่ตัวหนึ่งปฏิบัติแกดีอยู่ ด้วย
ว่าเป็นเหี้ยโพธิสัตว์ พอแกได้ฉัน
แกงเหี้ยไปถ้วยหนึ่งรสมันดีเหลือเกิน รู้จักรสกันทุกคนแล้ว ว่าเป็นรสมัน
กลับมาถามเจ้าของในวันรุ่งขึ้นว่า เป็นอย่างไร รู้จักทั้งนั้นแหละ เคย
แกงที่ให้ไปนั้นเป็นแกงอะไรรสมัน ชอบใจเสียง ชอบใจกลิ่นละ ก็รู้จัก
อร่อยนัก ผู้เจ้าของที่เขาใส่แกงไปให้ ด้วยใจทั้งนั้น ใจรู้กันทั้งนั้นแหละ
เขาบอกว่า แกงเหี้ยละชิพระคุณเจ้า เรียนแล้วด้วยกันทั้งนั้นแหละ เรียน
โย! นึกในใจอ้ายเหี้ยมันมีรสชาติดี อยู่เสมอแหละ กลิ่นรสนะ สัมผัสละ
ขนาดนี้เชียวหรือ อ้ายเหี้ยที่ปฏิบัติ
เราอยู่ตัวหนึ่ง มันคงจะกินได้หลาย
ก็รู้แล้วเหมือนกัน นี่รู้แล้วด้วยกัน
ทั้งนั้น และถูกสัมผัสอยู่เสมอ นี่ก้ม
วันเราจะฆ่าอ้ายเหี้ยตัวใหญ่เสียเถอะ มารมณ์ที่เกิดกับใจก็นอนนิ่งอยู่ในมุ่ง
เราจะไม่เอาไว้หละ นั่นแน่สำรวม
ไม่ได้หละ นี่มันสำรวมไม่ได้ มันดีด
รสเสียแล้ว หละ ดีดรสถึงกับจะฆ่า
ไอ้เหี้ยเสียนั่นแน่ะไม่ใช่พอดีพอร้าย
นะ ไอ้ที่ฆ่าฟันกันตายอยู่โครมๆ นี้
แหละ ฆ่าตัวเองตายบ้าง ฆ่าคนกิน
ตายบ้าง สนแทงกันตายบ้าง เกิด
รบรากันนะ ติดรสทั้งนั้นนะ ไม่ติด
รสก็ดีดสัมผัส ไม่ติดสัมผัสก็ติดรูป
คืนยังรุ่งไม่หลับไม่นอน ก็คิดถึงรูป
เสียง กลิ่น รส สัมผัสที่ผ่านไปแล้ว
บ้างที่ในปัจจุบันบ้างที่จะมาข้างหน้า
บ้างไปนอนตรีกรองอยู่นั่นนะความ
ยินดีหละ ไม่ให้ความยินดีเข้าไป
ประทุษร้าย ใจหยุดนิ่งเสีย ให้ใจ
หยุดเสีย หยุดนั้นแหละ ถูกต้องร่อง
รอยความประสงค์พระพุทธศาสนา
ที่ได้แนะนำไว้ในครั้งก่อน 7 แล้วว่า
กัลยาณมิตร (๒๒ ตุลา” ๒๕๔๐
อิธ อริยสาวโก โวสฺสคฺคารม มณ์ ก
รีตวา กระทำสละ ปล่อยอารมณ์
รูปารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์
โมฏฐัพพารมณ์ กัมมารมณ์ ปล่อย
หมดทีเดียว ลาดี สมาธิ ได้สมาธิ
แล้วใจหยุดนิ่งนั่นแน่เราจะทำปล่อย
อารมณ์เสีย 88 อริยสาวโกโวสสคุ
ดารมฺมณ์ อริยสาวกในธรรมวินัย
ของพระตถาคตเจ้านี้กระทำปล่อย
อารมณ์สละอารมณ์เสียได้แล้วลาดิ
สมาธิ ได้ซึ่งสมาธิ สภิต จิตฺตสเส
กฤคต์ นิ่งหนักเช้า พอได้หนักเข้า
แน่นหนาหนักเข้าทุกที ก็ได้เอกัคฯ
ดตาจิต นี่ต้องสำรวมอย่างนี้นะ จึง
จะถูกต้องความประสงค์ใจ ของ
พระพุทธศาสนา สำรวมได้เช่นนี้จะ
เอาตัวรอดได้ เช้าถึงทิ้งสมาธิ เมื่อ
เข้าถึงทิ้งสมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุต
ติญาณทัสสนะเป็นลำดับไป ก็จะได้
บรรลุมรรคผลสมมาตรปรารถนา
ที่ได้ชี้แจงแสดงมาในสังวร
คาถา ตามวาระพระบาลีคลี่ความ
เป็นสยามภาษา ตามมดยาธิบาย
พอสมควรแก่เวลา เอเดน สจจ
าพเขน ด้วยอำนาจความสัจที่ได้
อ้างธรรมปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้
ขอความสวัสดีจงบังเกิดมีแก่ท่าน
ทั้งหลาย ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต ทุก
ถ้วนหน้า บรรดามาสโมสรเพื่อทำ
ส่วนกิจในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า อา
ตมภาพชี้แจงแสดงมา พอสมควร
แก่เวลาสมมติยุติธรรมิกถาโดยอรรถ
นิยมความเพียงเท่านี้ เอว” ก็มีด้วย
ประการฉะนี้ ฯ
0