ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม เ ส ม อ ส อ ง
ในราชทินนามดังกล่าวเป็นองค์แรก และต่อมาสมเด็จพระ การที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้รับพระราชทานสถาปนาโปรด
ญาณสังวร (สุก) ก็ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชในราชหินนามเดิมคือ
พระสังฆราชองค์นี้ทรงเป็นที่เลื่องลือมากในทางวิปัสสนาคุณ “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช” นี้จึงถือว่าได้
กล่าวกันว่าสามารถแผ่เมตตาจนทำให้ไก่ป่าเชื่องเป็นไก่บ้านได้ รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นการพิเศษอย่างยิ่งเลยทีเดียว
จึงได้เรียกกันทั่วไปว่า “พระสังฆราชไก่เถื่อน” และหลังจาก
การสถาปนา สมเด็จพระญาณสังวร (สุก) ในครั้งนั้นแล้ว
ราชทินนามนี้ก็มิได้พระราชทานแด่พระมหาเถรรูปใดอีกเลย
นานถึง ๐๕๒ ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๖๑ มาจนถึงพ.ศ. ๒๕๐๕
เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ จึงได้ชื่อว่าเป็นสมเด็จพระญาณสังวร ไทยได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ ๘๔
องค์ที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งนับเป็นราชทินนามที่
เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ นั้นนอกจาก
จะเป็นจอมปราชญ์ในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นผู้เจริญกต้า
ในวิปัสสนาธุระอีกด้วย
สมเด็จ พระ สังฆราช
สงค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตน โกสินทร์
หลังจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสโน วาสน์
นิลประภา) สมเด็จพระสังฆราชฯ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมา-
ราม ได้สิ้นพระชนม์ไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้ว ตำแหน่งสม
เด็จพระสังฆราชก็ได้ว่างลง เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ซึ่งทรงมี
อาวุโสในทางสมณศักดิ์ยิ่งกว่าสมเด็จพระราชาคณะรูปใดๆ
ในขณะนั้น จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดสถาปนาขึ้น
เป็นสมเด็จพระสังฆราชเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๒ นับ
เป็นสมเด็จพระสังฆราชสงค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
แสะสงค์ที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
อนึ่ง ในการสถาปนาเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ขึ้นเป็นสมเด็จ
พระสังฆราชนั้นได้มีบางอย่างแตกต่างไปจากการสถาปนา
สมเด็จพระสังฆราชองค์อื่นๆ เพราะปกติตามโบราณราช
ประเพณีที่มีมา หากว่ามีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชที่
มีชาติกำเนิดมาจากสามัญชนก็ย่อมจะได้รับการถวายพระนาม
ดุจกันว่า “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช”
เว้นไว้แต่สมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชาติกำเนิดเป็นเชื้อหระ-
วงค์ก็จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดสถาปนาเป็น “สมเด็จ
พระสังฆราชเจ้า” หรือ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า” ฉะนั้น
ตุลาคม ๒๕๔๐ (๖๑)
๘๔ พรรษา
ในการที่รัฐบาล คณะสงฆ์และเหล่าพุทธศาสนิกชนชาว
พรรษา ของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ นั้น เป็นที่นำยินดีที่ทาง
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานดังกล่าวได้เห็นชอบที่จะ
ดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยยึดหลักตามแนวพระประสงค์ของ
เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ คือมุ่งเน้นการส่งเสริมเผยแพร่บำรุง
พระพุทธศาสนา พัฒนาพุทธบริษัทให้มีความมั่นคงเจริญ
ก้าวหน้า และประการสำคัญก็คือจะต้องจัดงานให้มีลักษณะ
เป็นการปฏิบัติบูชามากกว่าอามิสบูชา
ในส่วนของการปฏิบัติบูชานี้ ปรากฏว่าทางคณะอนุ
กรรมการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมและปฏิบัติจิตได้กำหนด
แผนงานกิจกรรมต่างๆ รวม ๑๒ โครงการดังนี้
0. การรณรงค์เพื่อแสดงตนเป็นพุทธมามกะของอุบาสก
อุบาสิกา ๘๔ แสนคน โดยการสร้างศรัทธา เพื่อน้อมนำ
การดำเนินชีวิตตามวิธีในพระพุทธศาสนา เน้นการ
รักษาศีล ๕ เป็นขั้นต่ำ ระหว่างเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐-
ตุลาคม ๒๕๔๐
๒. การบรรพชา-อุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระกุศล ระหว่าง
เดือนตุลาคม ๒๕๔อ-ตุลาคม ๒๕๔๐
โครงการค่ายพุทธบุตรโดยการจัดค่ายปฏิบัติธรรมแก่
๓.
เยาวชนคามสถานศึกษาต่างๆ ระหว่างเดือนตุลาคม
๒๕๔อ-ตุลาคม ๒๕๔๐
๔. โครงการปฏิบัติธรรมในวันหยุดและวันธรรมสวนะ ตาม
วัดและสถานที่ต่างๆ ระหว่างเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐-
ตุลาคม ๒๕๔๐
๕. โครงการปฏิบัติธรรมตามวัด สถานที่ปฏิบัติธรรมหรือ
สวนสาธารณะต่างๆ ระหว่างเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐-
กัลยาณมิตร