ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งนี้เพราะทางรัฐบาล คณะสงฆ์และเหล่าพุทธ ปฏิบัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ คือชอบเล่นเป็นพระ ทำ
ศาสนิกชนชาวไทยได้ปรารภเหตุอันเป็นมงคลดังกล่าว
คัมภีร์เทศน์เล็กๆ พัดยศเล็กๆ เล่นทอดกฐินผ้าป่า หรือ
และเห็นพ้องต้องกันที่จะให้มีการดำเนินกิจกรรมเฉลิมฉลอง เก็บหินมาทำภูเขา มีถ้ำ ทำพระเจดีย์เล็กบนยอดเขา ฯลฯ
ถวายเป็นพระกุศลอย่างยิ่งใหญ่ กว้างขวาง และต่อเนื่อง ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ พระชนมายุได้ ๑๔ พรรษา ก็ทรงบรรพ
ตลอดทั้งปี โดยมุ่งเน้นในลักษณะของการปฏิบัติบูชามาก ชาเป็นสามเณร ที่วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) โดยมีพระครู
กว่าอามิสบูชา นับเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนาสาธุการอย่างยิ่ง ซึ่ง อดุลยสมณกิจ (ภายหลังได้เลื่อนชั้นเป็นพระราชาคณะชั้น
อานิสงส์ผลบุญนี้ย่อมมิได้บังเกิดเพียงลำพังเฉพาะเจ้าพระ เทพที่ พระเทพมงคลรังษี) เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้นออก
คุณสมเด็จ ฯ เท่านั้น หากยังจะก่อให้เกิดผลเป็นมหามงคล พรรษาแล้วก็ยังไม่ทรงลาสิกขา หลวงพ่อพระครูอดุลยสมณกิจ
แก่ปวงชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดินเลยทีเดียว
ปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่อย่างนี้ที่บังเกิดขึ้นมาได้ก็ด้วย
อาศัยพลังศรัทธาของเหล่าพุทธศาสนิกชนที่มีต่อเจ้าพระคุณ
สมเด็จ ฯ เป็นสำคัญ ทั้งนี้เพราะเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรง
เป็นพระมหาเถระผู้เจริญในสมณคุณ ทรงยินดีในเนกขัมม
ปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร ได้ทรงประกอบกรณียกิจ
เป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธจักร และอาณาจักรตลอดมา
พระ ประวัติ สังเขป
พระ ชาติภูมิ
คงจะเห็นแวววาสนาในทางธรรมจึงได้ส่งไปเรียนบาลีที่ วัด
เสน่หา จังหวัดนครปฐม เพื่อหวังจะให้กลับไปสอนที่วัดเท
วสังขาราม ท่านว่าจะสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมเตรียม
ไว้ให้
หลังจากที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้ทรงศึกษาอยู่ที่วัด
เสน่หาได้ ๒ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ หลวงพ่อพระครูอดุล
ยสมณกิจ ก็ได้พาตัวมาถวายต่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ แต่ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จ
พระวชิรญาณวงศ์ เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ สำนักเรียนวัดบวร
นิเวศวิหาร ซึ่งเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าได้ประ
ทานนามฉายาให้ว่า “สุวฑฺฒโน” มาแต่ครั้งนั้น
ในช่วง ๔-๕ ปีแรกที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ มาอยู่ที่วัด
เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ( สุวฑฺฒนมหาเถร) บวรนิเวศวิหารนั้น ยังมิได้มีการบวชแปลงใหม่เป็นสามเณร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า
๓ คนของ
เจริญ คชวัตร เป็นบุตรคนที่ ๑ ในจำนวนบุตร
นายน้อย และนางกิมน้อย คชวัตร ประสูติ ณ ตำบลบ้านเหนือ
อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖
โยมบิดารับราชการเป็นปลัดอำเภอ แต่ได้ป่วยถึงแก่กรรม
เมื่ออายุได้ ๓๘ ปี ในขณะที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ มีพระชน
มายุเพียง ๒ พรรษา จากนั้นโยมป่าชื่อเฮง ก็ได้รับตัวไป
เลี้ยงดูเสมือนบุตรสืบมา โดยได้ทรงเข้าศึกษาชั้นต้น ณ โรง
เรียนประชาบาล วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี จนจบ
ชั้นประถม ๕
ฟู เพศบรรพชิต
เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงมีพระทัยน้อมไปในเนกขัมม
ธรรมยุต เพราะหลวงพ่อพระครูอดุลยสมณกิจ มีความ
ประสงค์จะให้กลับไปอยู่ช่วยสอนพระปริยัติธรรมที่วัดเดิม
ดังนั้นเมื่อเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงมีพระชนมายุครบ ๒๐
พรรษา สอบไล่ได้นักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๔ ประโยค
แล้ว ก็ได้ทรงกลับไปเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อ
ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ โดยมีหลวงพ่อพระครูอดุลยสมณกิจ เป็น
พระอุปัชฌาย์ และได้อยู่จำพรรษาช่วยสอนพระปริยัติธรรม ณ
พระอารามแห่งนั้น ครั้นออกพรรษาแล้วจึงได้กลับมายังวัด
บวรนิเวศวิหาร ทรงอุปสมบทเป็นธรรมยุตอีกครั้งหนึ่ง
โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวรญาณวงศ์ ทรงเป็น
พระอุปัชฌาย์ แม้กระนั้น ก็ยังมิได้ทรงทอดทั้งสำนักเดิม
โดยยังคงทรงวนเวียนกลับไปสอนพระปริยัติธรรมที่วัดเทว
ลังฆารามอีกหลายปี
ตุลาคม ๒๕๕๐
๕๗
กัลยาณมิตร