ข้อความต้นฉบับในหน้า
การบริหารเชิงพุทธ
มนุษย์ในยุคต้นนั้น ยังมี
จิตใจดีงามอรุ/มาก
คนท่าผิดเมื่อรุกกันได้ก็ยซม
รับว่าผิดแต่โดยดี
ไม่รุ/ดเท็จกัน
การลงโทษคนผิดก็ท่ากัน
เที่ยงบันไซซกไปจาก
หงุ/คณะ ไม่ถึงกันมี
การลงโทษซะไรกันรุนแรง
พอมาถึงยุคหนึ่ง ก็มีคนเลวบางคนได้เกิดขึ้นมาในท่ามกลาง ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ควรมองเฉพาะพฤติกรรมภายนอก แต่ให้มอง
หมู่มนุษย์เหล่านั้น คนเลวนี้ทั้งที่ตัวเองก็มีความสามารถใน เจาะเข้าไปข้างในด้วยว่า ความร้ายกาจเกิดจากความโลภที่มี
การทำไร่ไถนาเช่นเดียวกับคนอื่น แต่ว่ากลับไปขโมยข้าว
ปลาอาหารของคนอื่นเอามาเป็นของตัว
เมื่อไปลักไปขโมยเขาอย่างนี้หลายครั้งเข้า ในที่สุดก็ถูก
จับได้ เมื่อถูกจับได้แล้ว เนื่องจากคนในยุคนั้นมีจิตใจดีมาก
แม้เป็นขโมยเมื่อถูกจับได้แล้วเขาก็ยอมรับสารภาพ ส่วน
เจ้าของทรัพย์ก็ดีเหลือเกิน ไม่ได้ลงโทษอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ว่า
กล่าวตักเตือนขอให้หยุดลักหยุดขโมยเสีย แล้วปล่อยตัวไป
แต่ว่าบางคนแทนที่จะได้สำนึก เจ้าหัวขโมยนั้นกลับมาขโมย
อีก เขาจับได้แล้วปล่อยไป อย่างนี้ถึง ๓ ครั้ง แต่พอจับได้ใน
ครั้งที่ ๔ คราวนี้ก็เหลือจะทนกันขึ้นมา ก็เลยมีการลงโทษ มี
การทุบดี มีการลงไม้ลงมือกันขึ้น นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในยุคต้นๆ ของมนุษย์ คือความชั่วได้ปรากฏตัวของมันออก
มาเป็นครั้งแรกในรูปของการลักขโมย และในรูปของการ
กล่าวเท็จ ต่อมาก็มีกาวลงโทษกันโดยไม่ต้องอาศัยอำนาจศาล
หรืออำนาจอะไรทั้งสิ้น คือมีการทำร้ายกันซันมา
อยู่ในจิตใจของคน ซึ่งใครๆ ก็มองไม่เห็นแต่ว่ามันมีอยู่แน่นอน
และเพราะความโลภนั้นแหละ จึงทำให้ต้องไปลักไปขโมยเขา
เมื่อขโมยแล้ว เจ้าของเขาจับได้ เขาก็ว่ากล่าวติเตียนเอา
เมื่อเขาว่ากล่าวติเตียนก็รับปากว่าจะไม่ขโมยอีก แต่แล้วก็
ผิดคำพูดกลับไปขโมยอีก มุสาวาทจึงเกิดขึ้นมา เมื่อเขาจับ
ได้หลายครั้งเช้า เขาทนไม่ไหว การทุบตีทำร้ายจึงเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นจึงบอกได้ว่า การผิดศีลได้เกิดขึ้นมาใน
เวลาใกล้เคียงกันทั้ง ๓ ข้อ ทั้งศีลข้อแรกที่มนุษย์ทำร้ายทุบตี
กัน ศีลข้อที่ ๒ ลักขโมยเขา แล้วก็ศีลข้อที่ ๔ คือการ พูดเท็จ
มันค่อยๆ เกิดขึ้นมาอย่างนี้ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นสาเหตุก็มาจาก
ความโลภที่ฝังลึกอยู่ในใจของคนนั้นเอง
นัก ปกครอง ยุค แรก
เมื่อเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นจากคนหลายคนมากเข้าๆ
ก็เหลือจะทนทาน มนุษย์ในยุคนั้นก็เลยประชุมกันว่าจะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นในขั้นต้นว่าเรื่องร้ายๆ แก้ไขสถานการณ์กันอย่างไรดี ในที่สุดที่ประชุมก็ลงมติเป็น
กัลยาณมิตร ๖๔ ตุลาคม ๒๕๔๐