จักรวรรดิวัตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 10 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 132

สรุปเนื้อหา

ต เอกฉันท์ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีผู้บริหารมาปกครอง โดยผู้บริหารนั้นจะต้องมีคุณสมบัติ ๓ ข้อ คือ 2. สามารถว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้ ๒. สามารถติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้ ๓. สามารถขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้ ความจำเป็นที่จะต้องสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติ ประการดังกล่าวก็เนื่องจากว่า คนโดยทั่วไปเมื่อมีเรื่องราว อะไรเกิดขึ้นมา แม้มีปัญญา ดูออกว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนี้ชั่วก็ตาม แต่ก็หาคนที่สามารถจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจตามได้ไม่มากนัก ประการที่ ๒ ความไม่เรียบร้อยของคนในสังคม ใน เวลาต่อมาห่าให้เกิดสถานการณ์บังคับว่าต้องหาผู้นำขึ้นมา ปกครอง กษัตริย์หรือนักบริหารที่เกิดขึ้นมา ก็เพราะมีคน เกเรมีคนแตกแถวเกิดขึ้นในหมู่คณะ ต จักรวรรดิวัตร เมื่อมีชุมชนมากมายเติบใหญ่เป็นแว่นแคว้น ก็มี กษัตริย์เกิดขึ้นในโลกมากม

หัวข้อประเด็น

- จักรวรรดิวัตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

0. ต เอกฉันท์ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีผู้บริหารมาปกครอง โดยผู้บริหารนั้นจะต้องมีคุณสมบัติ ๓ ข้อ คือ 2. สามารถว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้ ๒. สามารถติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้ ๓. สามารถขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้ ความจำเป็นที่จะต้องสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติ ประการดังกล่าวก็เนื่องจากว่า คนโดยทั่วไปเมื่อมีเรื่องราว อะไรเกิดขึ้นมา แม้มีปัญญา ดูออกว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนี้ชั่วก็ตาม แต่ก็หาคนที่สามารถจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจตามได้ไม่มากนัก ประการที่ ๒ ความไม่เรียบร้อยของคนในสังคม ใน เวลาต่อมาห่าให้เกิดสถานการณ์บังคับว่าต้องหาผู้นำขึ้นมา ปกครอง กษัตริย์หรือนักบริหารที่เกิดขึ้นมา ก็เพราะมีคน เกเรมีคนแตกแถวเกิดขึ้นในหมู่คณะ ต จักรวรรดิวัตร เมื่อมีชุมชนมากมายเติบใหญ่เป็นแว่นแคว้น ก็มี กษัตริย์เกิดขึ้นในโลกมากมาย ถ้ากษัตริย์องค์ใดมีความ สามารถมากกว่ากษัตริย์องค์อื่น ก็จะได้รับการยกย่องขึ้น เพราะฉะนั้นจึงต้องหาคนที่เมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ และในยุคนั้นเขามีธรรมเนียมว่าพระ สามารถดูออกว่าฏกว่าผิด และหากใครทำผิด ก็กล้าที่จะไปว่ากล่าวเขาให้รู้ว่าผิด และสามารถอธิบายได้ว่าเขาผิดอย่างไร ทั้งก็ยังสามารถ กล่าวตำหนิติเตียนตักเตือนเขาได้ แม้ที่สุดเมื่อติเตียนตักเตือนกันแล้วยังไม่เชื่อ ก็ต้องมี ความเด็ดขาด สามารถขับไล่คนเลวออกไปจากหมู่คณะออก ไปจากสังคมได้ด้วย นี้เป็นคุณสมบัติของผู้บริหาร หรือผู้ปก ครองหมู่มนุษย์ที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ที่มา ของ กษัตริย์ เจ้าจักรพรรดิหรือกษัตริย์ จะต้องมีข้อปฏิบัติ ๓ ข้อ เรียกว่า จักรวรรดิวัตร คือ 0. ให้ความคุ้มครองป้องกันโดยธรรมแก่มนุษย์และสัตว์ ไม่ยอมให้อธรรมกำเริบก่อความวุ่นวายในแว่นแคว้นของตนได้ ๒. จัดให้มีสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้ขาดแคลนใน แวนแควนของตน ต. ต้องศึกษาธรรมะจากสมณพราหมณ์ผู้ทรงคุณธรรม ให้แตกฉาน แล้วก็ตั้งใจประพฤติธรรมนั้นๆ อย่างเคร่งครัด เรานาดู “วัตร” หรือสิ่งที่กษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเจ้าจักรพรรดิจึงต้องทำ ค ประการ โดยรายละเอียดกัน ในยุคนั้นเขาได้ยกย่องแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง ต่อไปว่าเป็นอย่างไร ๓ ประการนี้ ให้เป็นหัวหน้าที่การบริหารหมู่คณะ แล้ว เรียกท่านผู้นี้ว่า “กษัตริย์” คำว่า “กษัตริย์” แปลว่า ผู้เป็น ใหญ่ในการเกษตร เหตุที่เรียกเช่นนี้เพราะมนุษย์ยุคแรกมี อาชีพหลักทางด้านการเกษตร คือการทำไร่ไถนา เพราะ ค การคุ้มครอง ประชาชนโดยธรรม ล่าหรับเรื่องการให้ความคุ้มครองป้องกันโดยธรรมนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงขยายความเอาไว้ด้วยว่าคำว่า ฉะนั้นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมาเป็นผู้เป็นใหญ่แห่งการทำไร่ไถนา คุ้มครองป้องกันโดยธรรม นั้นทรงให้ใช้ธรรมะข้อ กุศลกรรม จึงเรียกว่า กษัตริย์ นี่ก็เป็นที่มาของคำว่าพระมหากษัตริย์ที่ เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ตรงนี้มีข้อสังเกตที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประการแรก มนุษย์ในยุคต้นนั้น ยังมีฉีดใจดีงามอยู่มาก คนท่าผิดเมื่อถูกจับได้ก็ยอมรับว่าผิดแต่โดยดี ไม่พูดเท็จกัน การลงโทษคนผิดก็ท่ากันเพียงขับไล่ออกไปจากหมู่คณะ ไม่ ถึงกับมีการลงโทษอะไรกันรุนแรง บถ 90ประการเป็นหลัก กุศลกรรมบถมี ๓ หมวด รวม ทั้งหมดมี 60ข้อ คือ หมวดที่ 9. กายกรรม เป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย มี 4 ข้อได้แก่ 0. เว้นจากการฆ่า ๒. เว้นจากการดักขโมย ค. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ตุลาคม ๒๕๔๐ 5 กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More