ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ า ก ด ว ง ใ จ ลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลก
แต่ยังจ่าความ รู้สึกได้อยู่ เช้าวันที่อ่านกำลังอารมณ์ดี
(อารมณ์ดีเป็นเกราะป้องกันที่ดีอย่างหนึ่ง) ใจสบายก็เลย
หยิบซองออกมา กลั้นใจ เปิดอ่าน ก็ทําท่าทางตัวเองอีก
นั่นแหละ ใบแรกเป็นแผ่นข้อดี นุ่นอ่านแล้วก็ยิ้มนิดนึง
ใบที่สอง (แผ่นที่กลัวที่สุด) แม่นข้อควรปรับปรุง มันแปลก
จังเลยค่ะ นุ่นอ่านแล้วกลับเฉยๆ คิดว่า นี่แหละใช้เลยตัว
เราหละ แล้วอ่านอีกรอบคว่าเราพัฒนาขึ้นรึเปล่า ตัวเราใน
ปีนี้กับปีที่แล้วเป็นอย่างไร พออ่านจบก็เห็นว่า เราพัฒนา
ขึ้นกว่าปีที่แล้วจริงๆ ข้อเสียบางข้อนั้นแก้ได้แล้ว รู้สึกดีใจ
และภูมิใจตอนนี้ก็เลยยิ้มกว้างขึ้น กว้างกว่าตอนอ่านข้อดี
เสียอีก คุณแม่อาจจะท้วงว่า รู้ได้อย่างไรว่าดีขึ้นจริงๆ ไม่
เข้าข้างตัวเองแน่หรือ? นั่นก็ขอบอกกับคุณแม่ว่านั่นแน่ใจว่า
นุ่นรู้จริงๆ ว่า ตัวเราเป็นอย่างไร ข้อควรปรับปรุงที่เขียน
มานั่นยอมรับกับตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านแล้ว ว่าเราเป็น
อย่างนั้นจริงๆ และมันก็มีมากกว่าที่เขียนกันมาเลียอีก แต่
นั่นก็ไม่ขอปฏิเสธว่า การยอมรับมันต้องใช้เวลา เพราะการ
ยอมรับมันมาพร้อมกับการฝึกตัวเองให้ปรับปรุงในเรื่องต่างๆ
การยอมรับ นุ่นคิดว่ามันมี ๒ อย่าง (ตามความรู้สึกของนุ่น)
คือการยอมรับกับตัวเรา และก็
การยอมรับกับคนอื่นว่าเราเป็น
อย่างนั้นจริง ส่วนตัวนุ่นนั้น
การยอมรับกับคนอื่นยังท่าไม่
ค่อยได้ ทำนองว่าแหมก็รู้แล้ว
หละว่าเราเป็นอย่างที่เขาพูด แต่
ยังไม่ยอมรับกับเขา (ในบางครั้ง)
ยังมีความอายอยู่นะคะ
น
ตอง
ค่อยๆ ปรับไป อีกอย่างหนึ่ง ที่
ท่าให้นั่นแน่ใจว่าไม่ได้เช้าข้าง
ตนเอง ก็เพราะว่าพี่ๆ ทลาย
คนชมว่านุ่นปรับตัวได้ดีขึ้นเยอะ
ซึ่งทำให้นุ่นดีใจ แต่คิดว่าดีขึ้น
ไม่เยอะหรอกค่ะ ในระดับหนึ่ง
ตุลาคม ๒๕๔๐
กัลยาณมิตร
๗0-
พออ่านจบก็เห็นว่า
เราพัฒนาขึ้นกว่า
ปีที่เล้วจริงๆ ข้อเสีย
บางข้อนั่นแก้ได้แล้ว
^สีกดีใจและภูมิใจ
ตอนนี้ก็เลยยิ้มกว้างขึ้น
กว้างกว่าตอนอ่านข้อดี
เสียอีก